คำแสลงภาษาอังกฤษในปี2025 (Slang Words)

คำแสลงภาษาอังกฤษ

คำแสลงภาษาอังกฤษในปี 2025 (Slang Words)

Slang คืออะไร?

“Slang” หรือคำแสลงในภาษาอังกฤษ คือคำหรือวลีที่ไม่เป็นทางการ มักใช้กันในกลุ่มคนเฉพาะ เช่น วัยรุ่น คนทำงานเฉพาะทาง หรือกลุ่มวัฒนธรรมย่อยต่าง ๆ จุดเด่นของ Slang คือความสนุก ความเป็นกันเอง และสื่ออารมณ์ได้มากกว่าคำทั่ว ๆ ไป

ตัวอย่างเช่น การพูดว่า “That’s lit!” ไม่ได้แปลว่าอะไรสว่าง แต่หมายถึง “เจ๋งมาก!” หรือ “มันสุดยอด!”

Slang มาจากไหน?

ต้นกำเนิดของคำแสลงในภาษาอังกฤษมีหลากหลายแหล่ง ไม่ว่าจะเป็น:

  • ดนตรี โดยเฉพาะฮิปฮอปและแร็พ
  • โซเชียลมีเดีย อย่าง TikTok, Instagram หรือ Twitter
  • ภาพยนตร์ ซีรีส์ และวัฒนธรรมป๊อป
  • วงการเกม ที่มีศัพท์เฉพาะตัว

ตัวอย่างเช่นคำว่า “ghost” ที่เคยหมายถึง “ผี” แต่ในยุคนี้กลับหมายถึงการ ตัดขาดการติดต่อแบบกะทันหัน เช่น ในความสัมพันธ์ที่อีกฝ่ายหายไปแบบไม่บอกลานั่นเอง

ทำไม Slang ถึงสำคัญ?

Slang ไม่ได้แค่เป็นคำสนุก ๆ เท่านั้น แต่ยังเป็นเครื่องมือที่:

  • สื่อถึง อัตลักษณ์ ของแต่ละกลุ่ม
  • แสดงให้เห็นถึง วัฒนธรรมและค่านิยม ของสังคมในยุคนั้น
  • ช่วยให้การสื่อสารกับเจ้าของภาษา ดูเป็นธรรมชาติและเข้าถึงง่ายขึ้น

ยกตัวอย่างง่าย ๆ คนอเมริกันอาจใช้ Slang ไม่เหมือนกับคนอังกฤษ แม้กระทั่งในอังกฤษเองก็ยังมี Slang ต่างกันตามภูมิภาค เช่น คนลอนดอนกับคนแมนเชสเตอร์

ผู้เรียนภาษาอังกฤษควรใช้ Slang หรือไม่?

คำตอบคือ ควรใช้…แต่ต้องเลือกบริบทให้เหมาะสม
แม้ Slang จะช่วยให้บทสนทนาดูเป็นธรรมชาติและทันสมัย แต่ก็ไม่ควรใช้ในบางสถานการณ์ เช่น:

  • การเขียนเชิงวิชาการ
  • การพูดในที่ประชุมอย่างเป็นทางกา
  • การสื่อสารกับผู้ใหญ่หรือเจ้านายในบริบทที่เป็นทางการ

แต่ถ้าใช้ Slang ในชีวิตประจำวัน การแชท หรือโซเชียลมีเดีย ก็ถือว่าเป็นทางลัดให้คุณ เรียนภาษาอังกฤษแบบเข้าถึงและสนุกยิ่งขึ้น

ตัวอย่างคำแสลงภาษาอังกฤษ 50 คำ พร้อมคำแปล

อารมณ์ ความรู้สึก

  • Salty = หงุดหงิด, ขี้โมโห
  • Mood = อินมาก, รู้สึกเหมือนกัน
  • Cringe = เขิน, อายแทน
  • Shook = ตกใจมาก
  • Dead = ขำมาก (จนตายเลย)
  • Zonked = เหนื่อยจัด
  • Hangry = หิวจนหงุดหงิด
  • Vibe / Vibes = ฟีลลิ่ง, บรรยากาศ
  • Chill = สบาย ๆ, ใจเย็น
  • AF = มากๆ เช่น cool AF = เท่มาก

การพูด & การตอบโต้

  • Tea = ข่าวซุบซิบ
  • Spill the tea = เล่าเลย! เม้าท์มาซิ
  • Shade = ประชด, แขวะ
  • Clap back = ตอกกลับแบบแสบ ๆ
  • Drag = วิจารณ์แรง ๆ
  • TBH (To Be Honest) = พูดตรง ๆ
  • No cap = พูดจริง, ไม่โม้
  • Cap = โกหก
  • Bet = โอเค, ตกลง
  • Hit me up (HMU) = ติดต่อมานะ

ความรัก & มิตรภาพ

  • Bae = ที่รัก
  • Boo = แฟน
  • BFF (Best Friends Forever) = เพื่อนซี้ตลอดกาล
  • Fam = เพื่อนสนิท / ครอบครัว
  • Squad = แก๊งเพื่อน
  • Squad goals = แก๊งในฝัน

ความปัง & สไตล์

  • Slay = เจ๋งมาก, ทำได้ดีสุด ๆ
  • Snatched = เป๊ะมาก (แต่งหน้าหรือชุด)
  • Glowed up = พัฒนาขึ้น, ดูดีขึ้นเยอะ
  • On point = เป๊ะเวอร์
  • Savage = โหด (ในเชิงชื่นชม)
  • Fire = เท่มาก, ปังมาก
  • Dope = เจ๋ง, เท่
  • Gucci = ดี, ไม่มีปัญหา
  • Woke = ตื่นรู้ เข้าใจสังคม
  • Extra = ทำตัวเวอร์, เกินเบอร์

โลกออนไลน์ & โซเชียล

  • Flex = อวดของ, อวดเก่ง
  • FOMO (Fear of Missing Out) = กลัวพลาดเทรนด์
  • YOLO (You Only Live Once) = ใช้ชีวิตให้สุด
  • Hype = โปรโมทแรง ๆ / ตื่นเต้น
  • Stan = แฟนคลับตัวจริง, คลั่งรัก
  • Lame = เชย, ไม่น่าสนใจ
  • Low-key = เงียบ ๆ, ไม่อยากให้รู้
  • High-key = เปิดเผย, ไม่ปิดบัง
  • Adulting = ทำตัวเป็นผู้ใหญ่ (เช่น งานบ้าน จ่ายบิล)
  • Bounce = ไปละ / ลาก่อน

คำ Slang ที่ควรรู้ไว้ใช้ตามเทรนด์

  • GOAT (Greatest of All Time) = ที่สุดตลอดกาล
  • Glowed up = ดูดีขึ้นเยอะ
  • Shook = ช็อก, เซอร์ไพรส์สุด ๆ
  • Drag = วิจารณ์แบบไม่มีไว้หน้า
  • Stan = รักมาก เป็นแฟนพันธุ์แท้
  • Tea = Gossip / เรื่องลับในวงใน

 

คำถาม-คำตอบที่พบบ่อยเกี่ยวกับคำแสลงภาษาอังกฤษ (English Slang)

  1. “Slang” มีความสำคัญอย่างไรกับการเรียนภาษาอังกฤษในยุคปัจจุบัน?
    Slang เป็นเครื่องมือสำคัญที่ช่วยให้การสื่อสารดูเป็น ธรรมชาติและเข้าถึงง่าย เหมือนเจ้าของภาษาค่ะ นอกจากนี้ยังช่วยให้เราเข้าใจ อัตลักษณ์และวัฒนธรรม ของกลุ่มคนต่าง ๆ เช่น วัยรุ่น หรือกลุ่มคนในโซเชียลมีเดีย ทำให้การเรียนภาษาอังกฤษสนุกและไม่น่าเบื่อค่ะ
  1. มีข้อควรระวังในการใช้คำแสลงอย่างไรบ้างเพื่อให้ดูเป็นมืออาชีพ?
    ควรเลือกใช้ตาม บริบทที่เหมาะสม ค่ะ แม้ Slang จะช่วยให้บทสนทนาดูเป็นกันเอง แต่ควรหลีกเลี่ยงการใช้ในสถานการณ์ที่เป็นทางการ เช่น การเขียนเชิงวิชาการ หรือการประชุมงาน ค่ะ ควรเก็บไว้ใช้ในชีวิตประจำวัน การแชทกับเพื่อน หรือบนโซเชียลมีเดียจะเหมาะสมที่สุดค่ะ
  1. คำว่า “Spill the tea” และ “No cap” ที่พบบ่อยในโซเชียลหมายถึงอะไร?
    “Spill the tea” หมายถึงการขอให้เล่าเรื่องซุบซิบหรือเม้าท์มอยเรื่องเด็ด ๆ ค่ะ ส่วน “No cap” เป็นการย้ำว่าสิ่งที่พูดคือเรื่องจริง ไม่ได้โม้หรือโกหกค่ะ ทั้งสองคำนี้เป็นคำแสลงยอดฮิตที่ใช้กันอย่างแพร่หลายใน TikTok และ Instagram ค่ะ
  2. จะเริ่มฝึกใช้ Slang ได้อย่างไรให้ดูไม่ “Extra” หรือเกินพอดี?
    เริ่มจากการสังเกต การใช้งานของเจ้าของภาษา ในซีรีส์หรือโซเชียลมีเดียก่อนค่ะ แล้วลองนำคำที่เข้ากับสไตล์เรามาปรับใช้ในกลุ่มเพื่อนสนิทค่ะ การรู้ความหมายของคำอย่าง Low-key หรือ Vibes จะช่วยให้เราสื่อสารอารมณ์ได้ตรงจุดโดยไม่ดูพยายามจนเกินไปค่ะ

การเรียนรู้คำแสลงไม่ใช่แค่เรื่องของคำศัพท์ แต่เป็นการเข้าใจวัฒนธรรมของเจ้าของภาษาอย่างลึกซึ้ง

รู้คำเหล่านี้ไว้ จะช่วยให้คุณ เรียนภาษาอังกฤษได้ทันยุค ใช้ได้จริง และ พูดได้คล่องเหมือนเจ้าของภาษา

อยากพูดอังกฤษได้เหมือนเจ้าของภาษาไหม? ถ้าคุณอยากเข้าใจคำแสลงแบบลึกซึ้ง ใช้ภาษาได้ถูกจังหวะ และพูดได้อย่างมั่นใจในชีวิตจริง เรามีคอร์สเรียนภาษาอังกฤษ ที่สอนทั้งคำศัพท์ทันสมัย บทสนทนา และการใช้ Slang แบบเจ้าของภาษาจริง ๆ