ถ้าคุณคือคนหนึ่งที่อยาก ติวสอบ TOEIC เพื่อใช้สมัครงาน, สมัครสายการบิน, หรือยื่นคะแนนเข้าบริษัทต่างชาติ แต่ยังไม่มีพื้นฐานเลย และไม่รู้จะเริ่มยังไงดี
บทความนี้คือคำตอบที่คุณกำลังมองหา คุณจะได้รู้ว่า:
- ข้อสอบ TOEIC คืออะไร?
- โครงสร้างข้อสอบมีกี่พาร์ต? พาร์ตไหนยาก?
- ต้องใช้คะแนนเท่าไรถึงจะ “ดี”?
- ถ้าเริ่มจาก 0 ควรติวแบบไหน? ติวเองได้ไหม?
- คำศัพท์และหัวข้อที่ออกสอบบ่อย
ทั้งหมดนี้จะช่วยให้คุณวางแผนการ ติว TOEIC อย่างเป็นระบบ และไม่เสียเวลาเริ่มผิดทาง
ข้อสอบ TOEIC คืออะไร?
TOEIC (Test of English for International Communication) คือข้อสอบวัดทักษะภาษาอังกฤษที่ใช้ในชีวิตการทำงาน
ข้อสอบเน้นทักษะ ฟัง (Listening) และ อ่าน (Reading) เป็นหลัก
เหมาะสำหรับ:
- ผู้ที่ต้องการสมัครงานบริษัทที่ใช้ภาษาอังกฤษ
- ผู้ที่ต้องการเลื่อนตำแหน่ง
- สมัครงานสายการบิน, โรงแรม, ธุรกิจระหว่างประเทศ
คะแนนเต็ม: 990 คะแนน ข้อสอบใช้เวลา: 2 ชั่วโมง
โครงสร้างข้อสอบ TOEIC ปี 2026
ข้อสอบแบ่งเป็น 2 พาร์ตหลัก:
1. Listening (ฟัง) – 45 นาที / 100 ข้อ
- Part 1: รูปภาพ (Photographs)
- Part 2: คำถาม-คำตอบสั้น (Question–Response)
- Part 3: บทสนทนา (Conversations)
- Part 4: การประกาศหรือบรรยาย (Talks)
2. Reading (อ่าน) – 75 นาที / 100 ข้อ
- Part 5: เติมคำในประโยค (Incomplete Sentences)
- Part 6: เติมคำในบทความ (Text Completion)
- Part 7: อ่านบทความ (Reading Comprehension)
Tip: ถ้าคุณเพิ่งเริ่มติว TOEIC ให้เริ่มจาก Listening ก่อน เพราะส่วนนี้เข้าใจง่ายและเห็นพัฒนาการได้ไว
ถ้าเริ่มจากศูนย์ ควรติวสอบ TOEIC ยังไง?
1. ประเมินพื้นฐานของตัวเองก่อน
ลองทำแบบทดสอบออนไลน์สั้น ๆ เพื่อดูจุดอ่อน–จุดแข็งของคุณ
ถ้ายังฟังไม่รู้เรื่องเลย ให้เริ่มจาก “ฟัง–พูด” ก่อนจะไป “อ่าน–เขียน”
2. วางแผนการติว TOEIC อย่างมีระบบ
- วันจันทร์–พุธ: ฝึกฟัง TOEIC Listening (Part 1–2)
- วันพฤหัสฯ: ทบทวนคำศัพท์ TOEIC
- วันศุกร์–อาทิตย์: ฝึก Reading + ทำแบบฝึกหัดย้อนหลัง
แนะนำให้แบ่งเวลา วันละ 30–60 นาที ดีกว่าเรียนหนักแค่เสาร์–อาทิตย์
3. ใช้แหล่งเรียนที่เชื่อถือได้
- หนังสือ TOEIC ชื่อดัง เช่น Oxford, Barron’s
- แอปติว TOEIC / YouTube ช่องที่สอนละเอียด
- หรือคอร์สออนไลน์ที่จัดแผนการเรียนให้ชัดเจน
4. ฝึกจากข้อสอบจริง
ทำแบบฝึกหัดเก่า ๆ เป็นประจำ จะช่วยให้คุณคุ้นเคยกับรูปแบบข้อสอบ และจัดการเวลาได้ดี
ศัพท์ TOEIC ที่คนเริ่มต้นควรรู้
10 หมวดคำศัพท์ที่เจอบ่อยในข้อสอบ TOEIC
- ธุรกิจ (Business)
- การเงิน (Finance)
- งานเอกสาร (Office)
- การประชุม (Meetings)
- การสื่อสาร (Communication)
- การท่องเที่ยว (Travel)
- การจอง/โรงแรม (Reservation)
- แผนกบุคคล (HR)
- การขาย/การตลาด (Sales)
- โลจิสติกส์ (Logistics)
ต้องได้กี่คะแนน ถึงจะสมัครงานได้?
| คะแนน TOEIC | ความหมาย | เหมาะกับ |
| 300–450 | พื้นฐานทั่วไป | สมัครงานทั่วไป / ฝึกงาน |
| 500–600 | ปานกลาง | สมัครบริษัทที่มีลูกค้าต่างชาติ |
| 650–750 | ดีมาก | สายการบิน / บริษัทต่างชาติ |
| 800+ | ยอดเยี่ยม | ใช้ยื่นสมัครงานระดับสูง / สอบสัมภาษณ์ภาษาอังกฤษ |
หากคุณมีเป้าหมายชัดเจน เช่น ต้องใช้ 700+ คะแนนใน 2 เดือน ควรเลือกคอร์สติวสอบ TOEIC ที่ออกแบบตาม Band เป้าหมายโดยเฉพาะ
FAQ คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการติว TOEIC สำหรับมือใหม่
- ไม่มีพื้นฐานภาษาอังกฤษเลย (เริ่มจากศูนย์) ต้องใช้เวลาติว TOEIC นานแค่ไหนถึงจะเห็นผล?
สำหรับผู้เริ่มต้น ระยะเวลาที่แนะนำคือ 1-3 เดือน อย่างสม่ำเสมอ โดยในช่วงเดือนแรกควรเน้นไปที่การปูพื้นฐานไวยากรณ์ (Grammar) และคำศัพท์พื้นฐานก่อน จากนั้นในเดือนที่ 2-3 จึงเริ่มลุยเทคนิคการทำข้อสอบ หากฝึกวันละ 1 ชั่วโมงอย่างมีวินัย คุณจะเห็นคะแนนก้าวกระโดดได้อย่างแน่นอน
- พาร์ต Listening กับ Reading ส่วนไหนเก็บคะแนนง่ายกว่ากันสำหรับมือใหม่
โดยส่วนใหญ่แล้ว พาร์ต Listening (การฟัง) จะเก็บคะแนนได้ไวกว่า เนื่องจากข้อสอบพาร์ต 1-2 มีโครงสร้างไม่ซับซ้อนและคำศัพท์ไม่ยากจนเกินไป หากคุณฝึกฟังซ้ำๆ จนคุ้นชินสำเนียง คะแนนจะขึ้นเร็วมาก ในขณะที่พาร์ต Reading ต้องอาศัยทั้งความแม่นยำทางไวยากรณ์และความเร็วในการอ่าน ซึ่งอาจต้องใช้เวลาฝึกฝนมากกว่า
- ข้อสอบ TOEIC ปี 2026 มีการเปลี่ยนแปลงอะไรที่ต้องระวังเป็นพิเศษไหม?
โครงสร้างหลักยังคงอ้างอิงรูปแบบ Updated TOEIC แต่สิ่งที่ต้องระวังคือ “บริบทของเนื้อหา” ที่มีความเป็นดิจิทัลมากขึ้น เช่น บทสนทนาผ่านแอปแชท (Instant Messaging), อีเมลโต้ตอบหลายฉบับ หรือการพูดถึงการทำงานแบบ Hybrid Work ดังนั้นการเลือกสื่อในการติวควรเลือกชุดข้อสอบที่อัปเดตสถานการณ์ให้ทันสมัย
- ถ้าทำข้อสอบพาร์ต Reading ไม่ทัน (ทำไม่ครบ 100 ข้อ) ควรทำอย่างไร?
ปัญหานี้เจอได้บ่อยมาก เทคนิคคือการ “บริหารเวลา” โดยแบ่งเวลาให้พาร์ต 5 และ 6 (เติมคำ) ไม่เกินข้อละ 30 วินาที เพื่อเหลือเวลาให้พาร์ต 7 (บทความยาว) อย่างน้อย 50-55 นาที แต่หากเวลาจะหมดจริงๆ “ห้ามปล่อยว่าง” เนื่องจาก TOEIC ไม่มีการติดลบ แนะนำให้ดิ่งข้อที่เหลือตามสถิติที่คุณทำมาได้เลย
- จำเป็นต้องลงคอร์สติว TOEIC ไหม หรือติวเองจาก YouTube ก็พอ?
ขึ้นอยู่กับ “เป้าหมายและเวลา” หากคุณไม่รีบและมีพื้นฐานอยู่บ้าง การติวเองผ่าน YouTube หรือแอปพลิเคชันก็เป็นทางเลือกที่ดี แต่ถ้าคุณ เริ่มจากศูนย์และมีเส้นตายต้องใช้คะแนน (เช่น สมัครงาน/แอร์โฮสเตส) การลงคอร์สติวจะช่วยให้คุณได้ “ทางลัด” เช่น เทคนิคการตัดช้อยส์ การวิเคราะห์ Keyword และการวางแผนการเรียนที่ตรงจุด ซึ่งช่วยประหยัดเวลาได้มหาศาล
เริ่มต้นติว TOEIC ไม่ยาก ถ้ามีแผนที่ดี
- ไม่ว่าคุณจะเริ่ม ติวสอบ TOEIC จากศูนย์หรือพื้นฐานอ่อน ก็สามารถพัฒนาได้แน่นอน
- สิ่งสำคัญคือ เข้าใจโครงสร้างข้อสอบ, มีแผนการติวที่เหมาะกับตัวเอง, และ ฝึกสม่ำเสมอ
- เริ่มจากวันละนิด แต่ต่อเนื่อง ผลลัพธ์จะชัดเจนในเวลาไม่กี่เดือน
อยากติว TOEIC อย่างมืออาชีพ? เริ่มจากคอร์สที่ออกแบบเพื่อคุณ
หากคุณไม่แน่ใจว่าจะเริ่มจากตรงไหน หรือไม่มีเวลาเรียนนาน ๆ ขอแนะนำคอร์ส ติว TOEIC สำหรับผู้เริ่มต้น ที่เน้นเข้าใจง่าย ฝึกทำข้อสอบจริง พร้อมสอนเทคนิคจับเวลาและเดาคำตอบแบบมีหลักการ

