การเตรียมสอบ IELTS อาจดูน่ากลัว โดยเฉพาะถ้าเรามีเวลาจำกัดหรือไม่มีพื้นฐานแน่น ๆ แต่ความจริงแล้ว ถ้าเรามี “แผน” ที่ดีและไม่กดดันตัวเองจนเกินไป ก็สามารถฝึกครบ 4 ทักษะได้อย่างมีประสิทธิภาพภายใน 30 วัน บทความนี้จะพาคุณไปดูว่า เราจะ “เรียน IELTS แบบไม่เครียด” ได้อย่างไร พร้อมแนวทางฝึก Listening, Reading, Writing และ Speaking อย่างเป็นระบบ ที่สำคัญคือ เหมาะกับคนที่เรียนไปด้วย ทำงานไปด้วย หรือไม่มีเวลาเยอะ
เข้าใจก่อนเริ่ม – 4 ทักษะใน IELTS คืออะไร?
1. Listening – การฟัง
คุณจะต้องฟังบทสนทนาและตอบคำถามจากเสียงที่เปิดเพียงครั้งเดียว! การฝึกฟังสำเนียงอังกฤษหลายแบบ เช่น British, Australian และ American เป็นเรื่องสำคัญมาก
2. Reading – การอ่าน
มีทั้งบทความทั่วไปและเชิงวิชาการ ความท้าทายอยู่ที่การอ่านให้เร็วพอจะตอบคำถามได้ทันเวลา
3. Writing – การเขียน
แบ่งเป็น 2 Tasks โดย Task 1 จะให้คุณอธิบายกราฟหรือจดหมาย ส่วน Task 2 คือการเขียน Essay
4. Speaking – การพูด
พูดจริงกับผู้สอบตัวต่อตัว โดยจะถามเรื่องทั่วไป ความคิดเห็น และให้คุณพูดเป็นทางการในหัวข้อหนึ่งถ้าคุณเข้าใจโครงสอบแล้ว จะวางแผนเรียนได้ง่ายขึ้นมาก เพราะรู้ว่าต้องเตรียมอะไร ไม่ใช่แค่ท่องแกรมม่าอย่างเดียว
แผนฝึก IELTS 30 วันแบบไม่เครียด (เรียนเองก็ได้)
สัปดาห์ที่ 1 – ปูพื้นฐาน + ทำความเข้าใจข้อสอบ
- แบ่งเวลาเรียนวันละ 1-1.5 ชม. พอ
- ฟังพอดแคสต์หรือ TED Talk วันละ 15-20 นาที
- อ่านบทความจาก BBC, The Guardian วันละ 1 บทความ
- เขียน Task 1 หรือ Task 2 วันเว้นวัน
- ฝึกพูดหน้ากระจก + อัดเสียงตัวเอง
เป้าหมายสัปดาห์นี้: ทำความคุ้นเคยกับรูปแบบข้อสอบ + ปลดล็อกความกลัว
สัปดาห์ที่ 2 – เริ่มฝึกทักษะเฉพาะ + จับเวลา
- ฝึก Listening กับข้อสอบเก่า และจับเวลา
- Reading → ฝึกอ่านแล้วตอบคำถาม พร้อมจับเวลา 60 นาที
- Writing → ฝึก Task 1 (กราฟ/จดหมาย) อย่างน้อย 3 ชิ้น
- Speaking → พูดหัวข้อ Part 2 (พูดเดี่ยว 2 นาที) กับเพื่อน/ติวเตอร์
เป้าหมายสัปดาห์นี้: เริ่มจับจังหวะข้อสอบจริง ฝึกแบบ “จำลองสนามสอบ”
สัปดาห์ที่ 3 – จัดเต็มฝึกแบบจำลอง
- ทำ Mock Test เต็มชุดอย่างน้อย 1 ชุดต่อสัปดาห์
- เรียนรู้จาก “ข้อผิดพลาด” ไม่ใช่แค่เฉลย
- ฝึกพิมพ์ Essay บนคอมพิวเตอร์ (ใช้สำหรับสอบจริงแบบ Computer-Based)
เป้าหมายสัปดาห์นี้: เพิ่มความมั่นใจ + วิเคราะห์จุดอ่อน
สัปดาห์ที่ 4 – ปรับจังหวะ + พักสมองให้พอ
- ฝึกทบทวนจุดที่ยังไม่คล่อง (Listening speed / Speaking fluency)
- พูดคุยกับเพื่อนเป็นภาษาอังกฤษจริง ๆ ให้มากที่สุด
- ฝึก “หายใจลึก ๆ” + นอนให้พอ พักผ่อนวันละ 1 วันก็ไม่เสียหาย
เป้าหมายสัปดาห์นี้: ทำให้สมองพร้อมสอบ ไม่เครียด ไม่กังวล
เทคนิคเพิ่มเติม – ฝึกยังไงให้ไม่เครียดแต่ได้ผล
1. อย่ากดดันตัวเองเรื่อง Band Score
คะแนนจะดีขึ้นได้แน่นอน ถ้าคุณฝึกสม่ำเสมอ อย่าเปรียบเทียบกับคนอื่น
2. ใช้สิ่งที่คุณสนใจในการฝึก
ชอบดูซีรีส์? ดูเป็นภาษาอังกฤษและจดคำศัพท์ ชอบอ่านข่าว? อ่าน BBC แล้วเล่าออกมาเป็นภาษาอังกฤษ
3. เปลี่ยน “ฝึก” ให้เป็น “ใช้ภาษา”
เช่น คุยกับเพื่อนเป็นอังกฤษวันละ 10 นาที, ตั้งมือถือเป็นอังกฤษ, หรือเขียนไดอารี่
FAQ รวมข้อสงสัยยอดฮิต “ก่อนไปไฝว้กับ IELTS”
1: ถ้าพาร์ท Listening ฟังไม่ทัน หรือหลุดไปข้อหนึ่ง ควรทำยังไงดี?
“ปล่อยผ่านทันที” ค่ะ ห้ามมัวแต่นึกเสียดายข้อนั้น เพราะเสียงจะรันต่อไปเรื่อยๆ ถ้าคุณมัวแต่พะวงข้อที่ผ่านไป คุณจะเสียคะแนนข้อถัดไปเป็นโดมิโน่ทันที ให้รีบโฟกัส Keyword ของข้อต่อไปแทนค่ะ
2: Reading บทความยาวมาก อ่านไม่จบทำยังไงให้ทำทัน?
ห้ามอ่านแบบ “อ่านนิยาย” (Reading for pleasure) ค่ะ แต่ให้ใช้เทคนิค Skimming (อ่านผ่านๆ เพื่อดูภาพรวม) และ Scanning (มองหาคำสำคัญ/ตัวเลข/ชื่อเฉพาะ) เพื่อหาคำตอบให้เจอ สิ่งสำคัญคือต้องเข้าใจ “โจทย์” ก่อนเริ่มอ่านบทความเสมอค่ะ
3: Writing Task 2 ต้องเขียนยาวแค่ไหนถึงจะพอดี?
กฎเหล็กคือต้องไม่ต่ำกว่า 250 คำ ค่ะ แต่อย่าเขียนยาวจนเกินไป (แนะนำที่ 260-280 คำ) เพราะยิ่งเขียนเยอะ ยิ่งมีโอกาสผิดแกรมม่าและตัวสะกดมากขึ้น เน้น “คุณภาพ” ของการอธิบายเหตุผลและการเชื่อมประโยค (Cohesion) จะได้คะแนนดีกว่าเขียนน้ำเยอะๆ ค่ะ
4: Speaking ถ้าตื่นเต้นจนนึกศัพท์ไม่ออก หรือไม่เข้าใจคำถาม ควรทำยังไง?
หากไม่เข้าใจคำถาม สามารถขอให้ผู้สอบทวนคำถามได้ค่ะ เช่น “Could you repeat the question, please?” และถ้าต้องใช้เวลานึก ให้ใช้ Filler Phrases เพื่อดึงเวลาแบบมือโปร เช่น “That’s an interesting question, let me think about that for a second…” ดีกว่านั่งเงียบไปเฉยๆ ค่ะ
5: การฝึกกับเจ้าของภาษา (Native Speaker) ช่วยเพิ่มคะแนน IELTS ได้มากกว่าจริงไหม?
ช่วยได้มากในเรื่อง Speaking และ Writing ค่ะ เพราะเขาจะช่วยแก้ “สำนวนที่ฝรั่งไม่ใช้” (Unnatural expressions) และช่วยขัดเกลาการออกเสียง (Pronunciation) รวมถึงการเน้นคำ (Word Stress) ซึ่งเป็นเกณฑ์การให้คะแนนสำคัญที่การเรียนเองทำได้ยากค่ะ
IELTS ไม่ใช่เรื่องยาก ถ้ามีแผนและไม่เครียดเกินไป
การเรียน IELTS ให้ครบ 4 ทักษะใน 30 วัน ไม่จำเป็นต้องเรียนหนักแบบหักโหม แต่ต้องมี “วินัย” และ “แนวทางที่ชัดเจน” แนะนำให้คุณฝึกตามแผนที่เหมาะกับไลฟ์สไตล์ตัวเอง และอย่าลืมว่า “คุณค่าของการฝึก” ไม่ใช่แค่คะแนนสอบ แต่คือ ความมั่นใจในการใช้ภาษาอังกฤษในชีวิตจริงหากอยากได้ผลเร็วขึ้น หรือมีโค้ชช่วยแนะนำจุดที่ควรปรับสมัครคอร์สเรียน IELTS กับเรา เพื่อฝึกกับครูผู้เชี่ยวชาญ พร้อมแนวทางการสอนที่เข้าใจคนไม่มีพื้นฐานและไม่อยากเครียด

