บทความ สาระน่ารู้ จาก Engcouncil
ช่วยเสริมพัฒนาการ ของท่านให้ดียิ่งขึ้น

รวมบทความภาษาอังกฤษที่น่าสนใจ ครอบคลุมทั้งคำศัพท์และไวยากรณ์

รวบรวมความรู้ต่างๆ เกี่ยวกับภาษาอังกฤษ เพื่อการพัฒนาทักษะของคุณ

หลักการใช้ So และ Such ในภาษาอังกฤษ

สำหรับเพื่อนๆที่สงสัยว่าจะใช้ So หรือ Such ดี เพราะความหมายเหมือนกัน?

           วันนี้สถาบันสอนภาษาอังกฤษออนไลน์ Engcouncil จะมานำเสนอ หลักการใช้ So และ Such ในภาษาอังกฤษมาแชร์ให้เพื่อนๆได้ทราบกัน โดยเราสามารถพบเจอ So และ Such ได้บ่อยครั้งในการใช้ภาษาอังกฤษ ทั้ง 2 คำ มีความหมายที่เหมือนกัน แต่ก็มีรูปแบบการใช้ที่แตกต่างกัน เรามาดูกันเลยดีกว่าค่ะว่า โครงสร้างประโยค มีความแตกต่างกันอย่างไรบ้าง !!

1.ความหมายของ So และ Such

So และ Such มีความหมายเหมือนกันคือ “มาก” หรือ “อย่างมาก” ถึงแม้จะมีความหมายเหมือนกัน แต่มีวิธีการใช้ที่แตกต่างกัน So และ Such ใช้ในประโยคที่ต้องการเน้นย้ำว่ามาก ทั้งในด้านดี และไม่ดี So ยังมีความหมายว่า “ดังนั้น” ด้วย แต่ในบทเรียนนี้จะพูดถึงเฉพาะความหมายว่า “มาก”

2.ความแตกต่างในการใช้งาน So และ Such

วิธีการใช้ So และ Such มีความแตกต่างกันที่โครงสร้างของประโยคเท่านั้น

โครงสร้างประโยค

  • So + adjective
  • Such + a/an + adjective + noun

ในกรณีที่เลือกใช้ So จะต้องตามหลัง So ด้วย adjective และในกรณีที่เลือกใช้ Such จะต้องตามด้วย  a/an ก่อน adjective และคำนาม (noun)

ตัวอย่างเช่น

  • This is a big dog. นี่คือสุนัขตัวใหญ่

จากประโยคข้างต้น big (ตัวใหญ่) เป็น adjective เพราะใช้อธิบายสุนัขซึ่งเป็นคำนาม ว่าตัวใหญ่ อ่านเพิ่มเติม เรื่อง adjectives (คุณศัพท์)

ตัวอย่างประโยค ของ So

  • She is so beautiful. เธอเป็นผู้หญิงที่สวยมาก
  • The fried chicken is so delicious. ไก่ทอดอร่อยมากเลย
  • He’s so lazy. เขาเป็นคนขี้เกียจมาก

ตัวอย่างประโยค ของ Such

  • She is such a beautiful girl. เธอเป็นผู้หญิงที่สวยมาก
  • He’s such a lazy guy. เขาเป็นคนขี้เกียจมาก
  • They have such a big house. พวกเขามีบ้านหลังใหญ่มาก

3.ความแตกต่างระหว่าง So และ Such กับ Very

Very เป็นคำที่เรารู้จักกันดีว่ามีความหมายว่า “มาก” เหมือนกันกับ So และ Such

มีความแตกต่างกันคือ So และ Such เป็นคำที่ไม่เป็นทางการของคำว่า Very ซึ่งมักใช้ในประโยคเป็นภาษาไม่เป็นทางการ หรือใช้ในการพูดมากกว่าการเขียน

Very กับ So มีโครงสร้างประโยคที่เหมือนกัน (Very + adjective) ถ้าเป็นภาษาเขียนหรือใช้เป็นทางการ นิยมใช้ very มากกว่า

Very ยังสามารถใช้แทน so ในประโยคได้เลย

ตัวอย่างเช่น

  • That boy is so smart.
  • That boy is very smart.

เด็กชายคนนั้นมีความฉลาดมาก

4.การใช้ So…that และ Such…that

So…that และ Such…that ที่หมายถึง มากเสียจน…

โครงสร้างประโยค

  • So + adjective + that

ตัวอย่างเช่น

  • This movie was so funny that I can’t stop laughing. หนังสมุกมากเสียจนฉันหยุดหัวเราะไม่ได้
  • The cake was so delicious that I can’t stop eating. เค้กอร่อยมากเสียจนหยุดกินไม่ได้
  • She is such a beautiful girl that I can’t take my eyes off her. เธอเป็นผู้หญิงที่สวยมากเสียจนฉันหยุดมองไม่ได้

4.การใช้ So that (เขียนติดกัน ไม่มีอะไรมาคั้น)

So that มีความหมายเหมือน in order that/In order to หมายถึง “เพื่อที่จะ…”

ใช้ในการเชื่อมประโยคเข้าด้วยกันเพื่อบอกจุดประสงค์ของเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นว่าทำเพื่ออะไร

โครงสร้างประโยค

  • So that + subject + verb
  • In order that + subject + verb
  • In order to + verb

ตัวอย่างเช่น

  • I study very hard so that I can pass the exam.
  • I study very hard in order that I can pass the exam.

ฉันเรียนหนักมากเพื่อที่จะได้สอบผ่าน

  • I will go to South Korea so that I can learn Korean.
  • I will go to South Korea in order to learn Korean.

ฉันจะไปเกาหลีใต้เพื่อที่จะเรียนภาษาเกาหลี

เป็นอย่างไรบ้างคะ การใช้ So และ Such เพื่อนๆอาจจะคิดว่ามันเหมือนกันแต่จริง ๆแล้วมันมีความแตกต่างกันอยู่ ลองอ่านดูกันดีดีค่ะ และอย่าลืมขยันทบทวน รวมทั้งลองนำไปใช้กันดูนะคะ และถ้าหากว่าเพื่อนคนไหนสนใจคอร์สเรียนภาษาอังกฤษกับครูต่างชาติและเจ้าของภาษาซึ่งเป็นการเรียนภาษาอังกฤษตัวต่อตัวแบบออนไลน์ ราคาไม่แพง เรียนที่ไหนก็ได้ และสามารถเลือกเวลาเรียนเองได้ สามารถติดต่อเพื่อขอรับคำแนะนำ หรือทดสอบวัดระดับเพื่อเลือกคอร์สเรียนจากเราได้แล้วตั้งแต่วันนี้ ที่นี่ ค่ะ

Latest News

อายุ 30+ เริ่มเรียนภาษาอังกฤษตอนนี้ ยังทันหรือไม่?

อายุ 30+ ยังเริ่มเรียนภาษาอังกฤษได้แน่นอน แม้ไม่เคยมีพื้นฐานมาก่อน เพราะการเรียนภาษาไม่ได้จำกัดอยู่แค่ในวัยเด็ก สำหรับคนที่กำลังมองหาวิธี เรียนภาษาอังกฤษไม่มีพื้นฐานเลยผู้ใหญ่ สิ่งสำคัญไม่ใช่อายุ แต่เป็นการเลือกวิธีเรียนให้เหมาะกับชีวิตประจำวัน ฝึกฝนอย่างสม่ำเสมอ

Engcouncil Admin

October 16, 2026

เลิกงานแล้วเรียนอังกฤษยังไง ให้เก่งต่อเนื่องโดยไม่ล้มเลิก

เลิกงานแล้วอยากเก่งภาษาอังกฤษ ควรเริ่มอย่างไร? สำหรับคนทำงานที่มีเวลาจำกัด การเรียนอังกฤษออนไลน์วันละ 15–30 นาที เป็นอีกวิธีที่ช่วยให้ฝึกภาษาได้อย่างสม่ำเสมอ โดยควรเน้นทักษะที่นำไปใช้จริง เช่น การสนทนา

Engcouncil Admin

October 16, 2026

ไม่มีเวลาเรียนภาษาอังกฤษ? 8 วิธีเก่งขึ้นได้แม้งานยุ่ง

ไม่มีเวลาเรียนภาษาอังกฤษก็พัฒนาได้ โดยไม่จำเป็นต้องเรียนครั้งละหลายชั่วโมง เพียงฝึกสม่ำเสมอวันละช่วงสั้น ๆ เช่น ฟังภาษาอังกฤษระหว่างเดินทาง ฝึกพูดจากสถานการณ์ทำงาน และทบทวนคำศัพท์ที่ใช้จริง หากต้องการเรียนอย่างเป็นระบบ การเลือก

Engcouncil Admin

October 8, 2026

ทำงานมา 10 ปี แต่ภาษาอังกฤษยังไม่ดี เริ่มใหม่ยังทันไหม?

ทำงานมา 10 ปีแล้วภาษาอังกฤษยังไม่ดี ก็ยังเริ่มใหม่ได้ การเรียนภาษาอังกฤษออนไลน์สำหรับคนทำงานไม่จำเป็นต้องเริ่มจากเนื้อหายาก แต่ควรเริ่มจากพื้นฐานที่ยังไม่แม่น แล้วค่อยฝึกทักษะที่สัมพันธ์กับชีวิตการทำงาน เช่น การฟัง การพูด

Engcouncil Admin

October 8, 2026

ภาษาอังกฤษช่วยเพิ่มเงินเดือนและโอกาสก้าวหน้าในงานได้จริงไหม?

การเรียนภาษาอังกฤษสามารถช่วยเพิ่มโอกาสด้านรายได้และความก้าวหน้าในงานได้ โดยเฉพาะตำแหน่งที่ต้องสื่อสารกับลูกค้า ทีมงาน หรือบริษัทต่างประเทศ แต่ภาษาอังกฤษไม่ได้ทำให้เงินเดือนเพิ่มขึ้นโดยอัตโนมัติ ผลลัพธ์ยังขึ้นอยู่กับสายงาน ประสบการณ์ ความสามารถ และการนำภาษาไปใช้ในการทำงานจริง ภาษาอังกฤษช่วยเพิ่มเงินเดือนและโอกาสก้าวหน้าในงานได้อย่างไร?

Engcouncil Admin

October 8, 2026

ทำงานกับชาวต่างชาติ แต่พูดอังกฤษไม่คล่อง ต้องเริ่มอย่างไร

หากต้องทำงานกับชาวต่างชาติแต่พูดอังกฤษไม่คล่อง ควรเริ่มจากประโยคที่ใช้จริงในงาน ฝึกฟังสำเนียงภาษาอังกฤษ และฝึกพูดโต้ตอบเป็นประจำ การ เรียนภาษาอังกฤษกับครูต่างชาติ เป็นอีกวิธีที่ช่วยให้คุ้นเคยกับการสนทนาจริง กล้าพูดมากขึ้น และนำภาษาอังกฤษไปใช้ในการทำงานได้อย่างเป็นธรรมชาติ ทำงานกับชาวต่างชาติ

Engcouncil Admin

October 8, 2026