เรียนภาษาอังกฤษจากหนังและซีรีส์ LGBTQ+ ต้อนรับ Pride Month
การเรียนภาษาอังกฤษในปัจจุบันมีหลากหลายรูปแบบมากกว่าการเรียนในห้องเรียนเพียงอย่างเดียว หนึ่งในวิธีที่ได้รับความนิยมอย่างต่อเนื่องคือการฝึกภาษาอังกฤษผ่านหนังและซีรีส์ ซึ่งช่วยพัฒนาทักษะการฟัง เพิ่มคลังคำศัพท์ และทำความเข้าใจการใช้ภาษาอังกฤษในสถานการณ์จริง
นอกจากนี้ การดูหนังและซีรีส์ยังช่วยให้เรียนรู้วัฒนธรรม แนวคิด และมุมมองของเจ้าของภาษาไปพร้อมกัน ทำให้การเรียนภาษาอังกฤษมีความสนุกและเป็นธรรมชาติมากขึ้น
เนื่องใน Pride Month ทาง Engcouncil ได้รวบรวม 9 หนังและซีรีส์ LGBTQ+ ที่เหมาะสำหรับการเรียนภาษาอังกฤษ ตั้งแต่ระดับเริ่มต้นจนถึงระดับสูง พร้อมข้อดีและข้อควรระวังของแต่ละเรื่อง เพื่อช่วยในการเลือกสื่อการเรียนรู้ที่เหมาะสมกับระดับภาษาอังกฤษและเป้าหมายของแต่ละคน
ภาษาอังกฤษระดับเริ่มต้น (Beginner)
![]()
1. Heartstopper
ซีรีส์อบอุ่นหัวใจที่เล่าเรื่องราวของนักเรียนชายสองคนซึ่งเริ่มต้นจากมิตรภาพ ก่อนจะค่อย ๆ พัฒนาเป็นความรัก
ข้อดีสำหรับการเรียนภาษาอังกฤษ
- บทสนทนาชัดเจนและฟังง่าย
- ใช้คำศัพท์ในชีวิตประจำวัน
- ประโยคสั้น ไม่ซับซ้อน
- เหมาะสำหรับผู้เริ่มต้นเรียนภาษาอังกฤษ
ข้อควรระวัง
- คำศัพท์ค่อนข้างพื้นฐาน
- อาจไม่ท้าทายสำหรับผู้เรียนระดับกลางขึ้นไป
2. Love, Simon
ภาพยนตร์ Coming-of-Age ที่ถ่ายทอดเรื่องราวของเด็กหนุ่มที่ยังไม่เปิดเผยตัวตน และกำลังตามหาคนที่พูดคุยด้วยผ่านโลกออนไลน์
ข้อดีสำหรับการเรียนภาษาอังกฤษ
- ได้เรียนรู้คำศัพท์เกี่ยวกับโรงเรียน ครอบครัว และมิตรภาพ
- สำเนียงอเมริกันฟังง่าย
- เหมาะสำหรับการฝึกฟังภาษาอังกฤษเบื้องต้น
ข้อควรระวัง
- มีสำนวนวัยรุ่นอเมริกันบางส่วน
- อาจต้องค้นหาความหมายเพิ่มเติมในบางฉาก
![]()
3. Love, Victor
ซีรีส์ที่ต่อยอดจาก Love, Simon โดยนำเสนอเรื่องราวการค้นหาตัวตนและการเผชิญหน้ากับความรักครั้งแรก
ข้อดีสำหรับการเรียนภาษาอังกฤษ
- ได้เรียนรู้บทสนทนาสมัยใหม่
- ฝึกฟังสำเนียงอเมริกันที่ใช้จริง
- มีคำศัพท์ในชีวิตประจำวันจำนวนมาก
ข้อควรระวัง
- มี Slang และคำย่อในบางตอน
- ผู้เริ่มต้นอาจจำเป็นต้องเปิด Subtitle ภาษาอังกฤษประกอบ
ภาษาอังกฤษระดับกลาง (Intermediate)
![]()
4. Queer Eye
รายการเรียลลิตี้ชื่อดังที่ทีมผู้เชี่ยวชาญ LGBTQ+ เข้าไปช่วยพัฒนาคุณภาพชีวิตและสร้างความมั่นใจให้ผู้เข้าร่วมรายการ
ข้อดีสำหรับการเรียนภาษาอังกฤษ
- ได้เรียนรู้ภาษาอังกฤษที่ใช้จริงในชีวิตประจำวัน
- มีคำศัพท์เกี่ยวกับการทำงาน การสื่อสาร และการพัฒนาตนเอง
- เหมาะสำหรับวัยทำงานที่ต้องการพัฒนาทักษะภาษาอังกฤษ
ข้อควรระวัง
- มีผู้พูดหลายคนและหลายสำเนียง
- ความเร็วในการพูดแตกต่างกันในแต่ละตอน
5. Sex Education
ซีรีส์ยอดนิยมจากสหราชอาณาจักรที่เล่าเรื่องการเติบโต ความรัก และความสัมพันธ์ของกลุ่มวัยรุ่น
ข้อดีสำหรับการเรียนภาษาอังกฤษ
- ฝึกฟังสำเนียงอังกฤษ
- ได้เรียนรู้สำนวนภาษาอังกฤษร่วมสมัย
- เห็นการใช้ภาษาอังกฤษในบริบทจริงอย่างเป็นธรรมชาติ
ข้อควรระวัง
- จังหวะการพูดค่อนข้างเร็ว
- มี Slang และคำศัพท์เฉพาะจำนวนมาก
ภาษาอังกฤษระดับสูง (Advanced)
![]()
6. Call Me by Your Name
ภาพยนตร์โรแมนติกที่เล่าเรื่องราวความรักในช่วงฤดูร้อนของประเทศอิตาลี ผ่านบทสนทนาที่ลึกซึ้งและงดงาม
ข้อดีสำหรับการเรียนภาษาอังกฤษ
- ได้เรียนรู้ภาษาอังกฤษเชิงอารมณ์และเชิงวรรณกรรม
- มีโครงสร้างประโยคที่หลากหลาย
- ช่วยพัฒนาทักษะการฟังระดับสูง
ข้อควรระวัง
- บทสนทนามีความซับซ้อน
- ใช้ภาษาที่ลึกกว่าการสนทนาในชีวิตประจำวัน
![]()
7. Pose
ซีรีส์ที่สะท้อนชีวิตของชุมชน LGBTQ+ ในนิวยอร์กช่วงทศวรรษ 1980 ผ่านวัฒนธรรม Ballroom อันเป็นเอกลักษณ์
ข้อดีสำหรับการเรียนภาษาอังกฤษ
- ได้เรียนรู้ภาษาอังกฤษเชิงวัฒนธรรม
- เข้าใจการใช้ภาษาในบริบททางสังคม
- เพิ่มคลังคำศัพท์เฉพาะทาง
ข้อควรระวัง
- มี Slang และคำศัพท์เฉพาะจำนวนมาก
- บางคำไม่ค่อยพบในการใช้งานปัจจุบัน
![]()
8. It’s a Sin
ซีรีส์ดราม่าที่เล่าเรื่องราวของกลุ่มเพื่อนในลอนดอนช่วงวิกฤต HIV/AIDS ในยุค 1980
ข้อดีสำหรับการเรียนภาษาอังกฤษ
- ฝึกฟังสำเนียงอังกฤษแท้
- ได้เรียนรู้คำศัพท์ด้านสังคมและประวัติศาสตร์
- เหมาะสำหรับการพัฒนาทักษะการฟังขั้นสูง
ข้อควรระวัง
- สำเนียงของบางตัวละครฟังค่อนข้างยาก
- มีบริบททางวัฒนธรรมที่ต้องศึกษาเพิ่มเติม
![]()
9. Red, White & Royal Blue
เรื่องราวความรักระหว่างลูกชายประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกาและเจ้าชายแห่งสหราชอาณาจักร
ข้อดีสำหรับการเรียนภาษาอังกฤษ
- ได้ฟังทั้งสำเนียงอเมริกันและอังกฤษ
- มีคำศัพท์เกี่ยวกับการเมือง สังคม และสื่อ
- ช่วยฝึกการฟังภาษาอังกฤษหลากหลายรูปแบบ
ข้อควรระวัง
- มีการเล่นคำและมุกทางวัฒนธรรม
- เหมาะสำหรับผู้ที่มีพื้นฐานภาษาอังกฤษระดับกลางขึ้นไป
เรื่องไหนเหมาะกับระดับภาษาอังกฤษมากที่สุด?
สำหรับผู้เริ่มเรียนภาษาอังกฤษ
Heartstopper, Love, Simon และ Love, Victor เหมาะสำหรับการเริ่มต้นฝึกภาษาอังกฤษ เนื่องจากบทสนทนาฟังง่าย ใช้คำศัพท์ในชีวิตประจำวัน และมีความเร็วในการพูดที่ไม่สูงจนเกินไป
สำหรับผู้ที่มีพื้นฐานภาษาอังกฤษระดับกลาง
Queer Eye, Red, White & Royal Blue และ Sex Education ช่วยพัฒนาคลังคำศัพท์และสำนวนภาษาอังกฤษที่ใช้จริง พร้อมเปิดโอกาสให้คุ้นเคยกับสำเนียงและรูปแบบการสื่อสารที่หลากหลายมากขึ้น
สำหรับผู้ที่ต้องการพัฒนาสู่ระดับสูง
Call Me by Your Name, Pose และ It’s a Sin เหมาะสำหรับการฝึกภาษาอังกฤษเชิงลึก เนื่องจากมีทั้งสำนวนเฉพาะทาง บริบททางวัฒนธรรม และรูปแบบการใช้ภาษาที่ใกล้เคียงกับเจ้าของภาษาในชีวิตจริง
เทคนิคฝึกภาษาอังกฤษจากหนังและซีรีส์ให้ได้ผล
การดูหนังและซีรีส์เพียงอย่างเดียวอาจยังไม่เพียงพอสำหรับการพัฒนาทักษะภาษาอังกฤษอย่างเต็มประสิทธิภาพ วิธีที่แนะนำ ได้แก่
- เปิด Subtitle ภาษาอังกฤษ แทน ภาษาไทย
- จดคำศัพท์ใหม่ที่พบระหว่างรับชม
- ฝึกพูดตามบทสนทนาของตัวละคร
- ดูฉากสำคัญซ้ำหลายรอบ
- นำคำศัพท์และสำนวนไปใช้ในการสื่อสารจริง
การฝึกภาษาอังกฤษอย่างสม่ำเสมอควบคู่กับการเรียนภาษาอังกฤษออนไลน์ จะช่วยพัฒนาทักษะการฟัง การพูด การอ่าน และการเขียนได้อย่างครบถ้วนมากยิ่งขึ้น
Pride Month ปีนี้ อาจเป็นโอกาสดีในการเริ่มต้นเรียนภาษาอังกฤษผ่านหนังและซีรีส์เรื่องโปรด เพราะการเรียนรู้ผ่านสิ่งที่ชื่นชอบ มักช่วยสร้างแรงจูงใจและทำให้การพัฒนาภาษาอังกฤษเป็นเรื่องที่ต่อเนื่องในระยะยาว