บทความ สาระน่ารู้ จาก Engcouncil
ช่วยเสริมพัฒนาการ ของท่านให้ดียิ่งขึ้น

รวมบทความภาษาอังกฤษที่น่าสนใจ ครอบคลุมทั้งคำศัพท์และไวยากรณ์

รวบรวมความรู้ต่างๆ เกี่ยวกับภาษาอังกฤษ เพื่อการพัฒนาทักษะของคุณ

รวม 10 สำนวนภาษาอังกฤษเกี่ยวกับแมว รับวันแมวโลก

รวม 10 สำนวนภาษาอังกฤษเกี่ยวกับแมว รับวันแมวโลก 🐱

วันที่ 8 สิงหาคมของทุกปีเป็น วันแมวโลก (International Cat Day) วันพิเศษของเหล่าทาสแมวทั่วโลก แต่รู้ไหมว่า “แมว” ไม่ได้อยู่แค่ในบ้านหรือบนหน้าฟีดของเราเท่านั้น เพราะในภาษาอังกฤษก็มีคำและสำนวนที่เกี่ยวกับแมวอยู่มากมายเช่นกัน

หนึ่งในคำที่หลายคนน่าจะเคยได้ยินคือ Copycat ซึ่งถ้าแปลตรงตัวอาจดูเหมือนจะหมายถึง “แมวที่ชอบ Copy” แต่จริง ๆ แล้วไม่ได้หมายถึงแมวเลย!

วันนี้เราจะมา เรียนภาษาอังกฤษ แบบสนุก ๆ ผ่าน 10 คำและ สำนวนภาษาอังกฤษเกี่ยวกับแมว พร้อมความหมาย วิธีใช้ และตัวอย่างประโยคที่สามารถนำไปใช้ได้จริง

________________________________________

10 สำนวนภาษาอังกฤษเกี่ยวกับแมวที่ควรรู้

🐱 1. Copycat

ความหมาย:
คนที่ชอบเลียนแบบหรือทำตามคนอื่น

คำอธิบาย:
Copycat เป็นคำที่ใช้พูดถึงคนที่เลียนแบบความคิด พฤติกรรม การแต่งตัว หรือสิ่งที่คนอื่นทำ สามารถพบได้ในบทสนทนาทั่วไป

ตัวอย่างประโยค:

Stop being a copycat and come up with your own idea.
= เลิกเลียนแบบคนอื่น แล้วลองคิดไอเดียของตัวเองดูสิ

My little brother is such a copycat. He always wants the same things as me.
= น้องชายของฉันชอบเลียนแบบมาก เขาอยากได้ของเหมือนฉันตลอด

She bought the same bag as her friend. What a copycat!
= เธอซื้อกระเป๋าเหมือนเพื่อนเลย ชอบเลียนแบบจริง ๆ!

🐱 2. Let the cat out of the bag

ความหมาย:
เผลอเปิดเผยความลับ / หลุดปากบอกความลับ

คำอธิบาย:
สำนวนนี้ไม่ได้หมายถึงการปล่อยแมวออกจากถุงจริง ๆ แต่ใช้เมื่อมีคนเผลอพูดสิ่งที่ควรเก็บเป็นความลับออกมา โดยเฉพาะเรื่องเซอร์ไพรส์หรือข้อมูลที่ยังไม่ควรเปิดเผย

ตัวอย่างประโยค:

I accidentally let the cat out of the bag about her surprise birthday party.
= ฉันเผลอหลุดปากเรื่องปาร์ตี้วันเกิดเซอร์ไพรส์ของเธอ

Don’t let the cat out of the bag. It’s a secret!
= อย่าเผลอบอกออกไปนะ มันเป็นความลับ!

Who let the cat out of the bag about our new project?
= ใครเผลอเปิดเผยเรื่องโปรเจกต์ใหม่ของเรา?

🐱 3. Curiosity killed the cat

ความหมาย:
อยากรู้อยากเห็นมากเกินไปอาจนำปัญหามาให้

คำอธิบาย:
เป็นสำนวนที่ใช้เตือนคนที่อยากรู้อยากเห็นหรือเข้าไปยุ่งกับเรื่องบางอย่างมากเกินไป คล้ายกับการบอกว่า “บางเรื่องไม่รู้บ้างก็ได้”

ตัวอย่างประโยค:

You should stop asking about their private conversation. Curiosity killed the cat.
= เธอควรเลิกถามเรื่องบทสนทนาส่วนตัวของพวกเขาได้แล้ว อยากรู้อยากเห็นมากเกินไปอาจทำให้เดือดร้อนได้นะ

Don’t open that box. Remember, curiosity killed the cat.
= อย่าเปิดกล่องนั้นเลย จำไว้นะว่าอยากรู้อยากเห็นมากเกินไปอาจทำให้เดือดร้อนได้

I wouldn’t ask too many questions. Curiosity killed the cat.
= ฉันว่าอย่าถามเยอะเกินไปเลย ความอยากรู้อยากเห็นอาจทำให้เดือดร้อนได้

🐱 4. Cat got your tongue?

ความหมาย:
ทำไมเงียบไป? / พูดไม่ออกเหรอ?

คำอธิบาย:
ใช้ถามคนที่จู่ ๆ ก็เงียบหรือไม่ยอมตอบ ทั้งที่เราคาดหวังให้อีกฝ่ายพูดอะไรบางอย่าง มักใช้ในสถานการณ์ไม่เป็นทางการ และน้ำเสียงอาจเป็นการหยอกหรือท้าทายได้

ตัวอย่างประโยค:

Why are you so quiet? Cat got your tongue?
= ทำไมเงียบจัง? พูดไม่ออกเหรอ?

You were talking a lot earlier. What happened? Cat got your tongue?
= เมื่อกี้ยังพูดเยอะอยู่เลย เกิดอะไรขึ้น? พูดไม่ออกแล้วเหรอ?

Well? Aren’t you going to answer me? Cat got your tongue?
= ว่าไง? ไม่คิดจะตอบฉันหน่อยเหรอ? พูดไม่ออกหรือไง?

🐱 5. Like a cat on a hot tin roof

ความหมาย:
กระวนกระวาย / อยู่ไม่สุข / ประหม่า

คำอธิบาย:
ลองจินตนาการว่าแมวต้องยืนอยู่บนหลังคาโลหะร้อน ๆ ก็คงอยู่นิ่งไม่ได้ สำนวนนี้จึงใช้เปรียบเทียบกับคนที่กำลังกังวล กระสับกระส่าย หรืออยู่ไม่สุข

ตัวอย่างประโยค:

He was like a cat on a hot tin roof while waiting for the interview results.
= เขากระวนกระวายมากระหว่างรอผลสัมภาษณ์งาน

She was like a cat on a hot tin roof before her presentation.
= เธอกระวนกระวายมากก่อนการนำเสนอ

I’ve been like a cat on a hot tin roof waiting for the exam results.
= ฉันกระวนกระวายอยู่ตลอดระหว่างรอผลสอบ

🐱 6. When the cat’s away, the mice will play

ความหมาย:
เมื่อคนคุมไม่อยู่ คนอื่นก็ทำตามใจ

คำอธิบาย:
เปรียบเหมือนเมื่อแมวไม่อยู่ หนูก็ออกมาเล่นกันได้อย่างสบายใจ ใช้กับสถานการณ์ที่คนเริ่มผ่อนคลายหรือทำตามใจเมื่อหัวหน้า ผู้ปกครอง หรือผู้มีอำนาจไม่อยู่

ตัวอย่างประโยค:

The manager is on vacation, and everyone is taking longer lunch breaks. When the cat’s away, the mice will play.
= ผู้จัดการไปพักร้อน ทุกคนเลยพักกลางวันกันนานขึ้น พอคนคุมไม่อยู่ก็ทำตามใจกันเลยนะ

The teacher left the classroom, and everyone started talking. When the cat’s away, the mice will play.
= ครูออกจากห้องเรียนปุ๊บ ทุกคนก็เริ่มคุยกัน พอคนคุมไม่อยู่ก็ทำตามใจกันเลย

Our boss is out today, so everyone seems more relaxed. When the cat’s away, the mice will play.
= วันนี้หัวหน้าไม่อยู่ ทุกคนเลยดูสบาย ๆ กันมากขึ้น พอคนคุมไม่อยู่ก็ทำตามใจกันเลย

🐱 7. There’s more than one way to skin a cat

ความหมาย:
มีมากกว่าหนึ่งวิธีในการทำสิ่งหนึ่งให้สำเร็จ

คำอธิบาย:
สำนวนนี้ใช้เพื่อบอกว่า หากวิธีหนึ่งไม่ได้ผล ก็ไม่ได้หมายความว่าจะไม่มีทางอื่น เพราะปัญหาหนึ่งอาจแก้ไขได้หลายวิธี

ตัวอย่างประโยค:

If this strategy doesn’t work, we can try another one. There’s more than one way to skin a cat.
= ถ้ากลยุทธ์นี้ไม่ได้ผล เราก็ลองวิธีอื่นได้ มีมากกว่าหนึ่งวิธีที่จะทำให้งานสำเร็จ

We don’t have to follow his method. There’s more than one way to skin a cat.
= เราไม่จำเป็นต้องทำตามวิธีของเขา มีมากกว่าหนึ่งวิธีที่จะทำให้งานสำเร็จ

If Plan A fails, we’ll find another solution. There’s more than one way to skin a cat.
= ถ้าแผน A ไม่สำเร็จ เราก็หาวิธีอื่นได้ มีหลายวิธีในการแก้ปัญหา

Usage Note: สำนวนนี้เป็นสำนวนเก่าและมีภาพของภาษาที่ค่อนข้างรุนแรง ในการสนทนาสมัยใหม่สามารถใช้ “There’s more than one way to do it.” แทนได้ในหลายสถานการณ์

🐱 8. Fight like cats and dogs

ความหมาย:
ทะเลาะกันอย่างรุนแรง / ทะเลาะกันเป็นประจำ

คำอธิบาย:
เป็นสำนวนที่ใช้พูดถึงคนสองคนที่มักไม่ลงรอยกันและทะเลาะกันบ่อย ๆ

ตัวอย่างประโยค:

My brother and sister fight like cats and dogs, but they really care about each other.
= พี่ชายกับน้องสาวาของฉันทะเลาะกันตลอด แต่จริง ๆ แล้วพวกเขาก็เป็นห่วงกันมาก

They used to fight like cats and dogs when they worked together.
= เมื่อก่อนตอนทำงานด้วยกัน พวกเขาทะเลาะกันบ่อยมาก

Those two fight like cats and dogs over the smallest things.
= สองคนนั้นทะเลาะกันตลอดแม้แต่เรื่องเล็ก ๆ น้อย ๆ

🐱 9. Look what the cat dragged in

ความหมาย:
ดูสิว่าใครมา / ดูสิว่าใครโผล่มา

คำอธิบาย:
เป็นสำนวนไม่เป็นทางการที่มักใช้แซวคนที่เพิ่งเดินเข้ามา โดยเฉพาะคนที่ไม่ได้เจอกันนานหรือคนที่มาถึงแบบไม่คาดคิด

อย่างไรก็ตาม น้ำเสียงของประโยคนี้อาจฟังดูประชดหรือไม่สุภาพได้ จึงเหมาะกับคนที่สนิทกันมากกว่าใช้กับหัวหน้า ลูกค้า หรือคนที่เพิ่งรู้จัก

ตัวอย่างประโยค:

Well, look what the cat dragged in! I haven’t seen you in months!
= โอ้ ดูสิว่าใครมา! ไม่ได้เจอกันตั้งหลายเดือน!

Look what the cat dragged in! Where have you been?
= ดูสิว่าใครมา! หายไปไหนมาตั้งนาน?

Well, look what the cat dragged in! We thought you weren’t coming.
= โอ้ ดูสิว่าใครมา! พวกเรานึกว่าเธอจะไม่มาแล้ว

🐱 10. The cat’s whiskers

ความหมาย:
ยอดเยี่ยมมาก / เจ๋งมาก / คนหรือสิ่งที่โดดเด่นมาก

คำอธิบาย:
เป็นสำนวนภาษาอังกฤษแบบเก่าที่ใช้พูดถึงคนหรือสิ่งที่เราคิดว่ายอดเยี่ยมหรือพิเศษมาก ปัจจุบันอาจไม่ได้พบในบทสนทนาทั่วไปบ่อยเท่าสำนวนอื่นในลิสต์นี้ แต่ยังเป็นสำนวนเกี่ยวกับแมวที่น่าสนใจสำหรับผู้เรียนภาษาอังกฤษ

ตัวอย่างประโยค:

He thinks his new car is the cat’s whiskers.
= เขาคิดว่ารถคันใหม่ของเขาเจ๋งสุด ๆ

She thinks her new phone is the cat’s whiskers.
= เธอคิดว่าโทรศัพท์เครื่องใหม่ของเธอเจ๋งสุด ๆ

Everyone thought the new café was the cat’s whiskers.
= ทุกคนคิดว่าคาเฟ่แห่งใหม่นั้นยอดเยี่ยมมาก

________________________________________

ตัวอย่างการใช้สำนวนภาษาอังกฤษเกี่ยวกับแมวในชีวิตประจำวัน

การจำความหมายอย่างเดียวอาจไม่เพียงพอ วิธีหนึ่งที่จะช่วยให้เรียนภาษาอังกฤษและจดจำสำนวนได้ง่ายขึ้น คือการเรียนผ่าน “สถานการณ์”

ลองดูตัวอย่างบทสนทนาสั้น ๆ กัน

สถานการณ์ที่ 1: เผลอบอกความลับ

A: Did you tell Anna about the surprise party?

= เธอบอกแอนนาเรื่องปาร์ตี้เซอร์ไพรส์หรือเปล่า?

B: I’m sorry! I accidentally let the cat out of the bag.

= ขอโทษนะ! ฉันเผลอหลุดปากบอกความลับไปแล้ว

ในสถานการณ์นี้ let the cat out of the bag หมายถึง “เผลอเปิดเผยความลับ”

สถานการณ์ที่ 2: เพื่อนเลียนแบบ

A: Tom bought the exact same shoes as you.

= ทอมซื้อรองเท้าเหมือนเธอเป๊ะเลย

B: Again? He’s such a copycat!

= อีกแล้วเหรอ? เขาชอบเลียนแบบจริง ๆ!

สถานการณ์ที่ 3: เพื่อนจู่ ๆ ก็เงียบ

A: So, what do you think about my idea?

= แล้วเธอคิดยังไงกับไอเดียของฉัน?

B: …

A: Cat got your tongue?

= เงียบเลยนะ พูดไม่ออกเหรอ?

________________________________________

อยากเรียนภาษาอังกฤษให้ใช้สื่อสารได้จริง เริ่มต้นอย่างไร?

การรู้คำศัพท์ Grammar และสำนวนภาษาอังกฤษเป็นพื้นฐานที่สำคัญ แต่การนำภาษาอังกฤษไปใช้จริงยังต้องอาศัยการฝึกฟัง พูด อ่าน และเขียนอย่างสม่ำเสมอ

โดยเฉพาะคนที่ต้องใช้ภาษาอังกฤษในการทำงาน การประชุม การพูดคุยกับลูกค้าหรือชาวต่างชาติ การเรียนจากสถานการณ์จริงและฝึกสื่อสารอย่างต่อเนื่องจะช่วยให้คุ้นเคยกับภาษาอังกฤษมากขึ้น

หากยังไม่แน่ใจว่าภาษาอังกฤษของตัวเองอยู่ระดับไหน สามารถเริ่มต้นจาก การวัดระดับภาษาอังกฤษ เพื่อดูพื้นฐานก่อนเลือกแนวทางหรือคอร์สเรียนภาษาอังกฤษที่เหมาะกับตัวเอง

👉 เรียนภาษาอังกฤษกับ Engcouncil

ฝึกภาษาอังกฤษตามระดับและเป้าหมายของผู้เรียน พร้อมเน้นการนำภาษาไปใช้ในการสื่อสารจริง

 

 

Latest News

อายุ 30+ เริ่มเรียนภาษาอังกฤษตอนนี้ ยังทันหรือไม่?

อายุ 30+ ยังเริ่มเรียนภาษาอังกฤษได้แน่นอน แม้ไม่เคยมีพื้นฐานมาก่อน เพราะการเรียนภาษาไม่ได้จำกัดอยู่แค่ในวัยเด็ก สำหรับคนที่กำลังมองหาวิธี เรียนภาษาอังกฤษไม่มีพื้นฐานเลยผู้ใหญ่ สิ่งสำคัญไม่ใช่อายุ แต่เป็นการเลือกวิธีเรียนให้เหมาะกับชีวิตประจำวัน ฝึกฝนอย่างสม่ำเสมอ

Engcouncil Admin

October 16, 2026

เลิกงานแล้วเรียนอังกฤษยังไง ให้เก่งต่อเนื่องโดยไม่ล้มเลิก

เลิกงานแล้วอยากเก่งภาษาอังกฤษ ควรเริ่มอย่างไร? สำหรับคนทำงานที่มีเวลาจำกัด การเรียนอังกฤษออนไลน์วันละ 15–30 นาที เป็นอีกวิธีที่ช่วยให้ฝึกภาษาได้อย่างสม่ำเสมอ โดยควรเน้นทักษะที่นำไปใช้จริง เช่น การสนทนา

Engcouncil Admin

October 16, 2026

ไม่มีเวลาเรียนภาษาอังกฤษ? 8 วิธีเก่งขึ้นได้แม้งานยุ่ง

ไม่มีเวลาเรียนภาษาอังกฤษก็พัฒนาได้ โดยไม่จำเป็นต้องเรียนครั้งละหลายชั่วโมง เพียงฝึกสม่ำเสมอวันละช่วงสั้น ๆ เช่น ฟังภาษาอังกฤษระหว่างเดินทาง ฝึกพูดจากสถานการณ์ทำงาน และทบทวนคำศัพท์ที่ใช้จริง หากต้องการเรียนอย่างเป็นระบบ การเลือก

Engcouncil Admin

October 8, 2026

ทำงานมา 10 ปี แต่ภาษาอังกฤษยังไม่ดี เริ่มใหม่ยังทันไหม?

ทำงานมา 10 ปีแล้วภาษาอังกฤษยังไม่ดี ก็ยังเริ่มใหม่ได้ การเรียนภาษาอังกฤษออนไลน์สำหรับคนทำงานไม่จำเป็นต้องเริ่มจากเนื้อหายาก แต่ควรเริ่มจากพื้นฐานที่ยังไม่แม่น แล้วค่อยฝึกทักษะที่สัมพันธ์กับชีวิตการทำงาน เช่น การฟัง การพูด

Engcouncil Admin

October 8, 2026

ภาษาอังกฤษช่วยเพิ่มเงินเดือนและโอกาสก้าวหน้าในงานได้จริงไหม?

การเรียนภาษาอังกฤษสามารถช่วยเพิ่มโอกาสด้านรายได้และความก้าวหน้าในงานได้ โดยเฉพาะตำแหน่งที่ต้องสื่อสารกับลูกค้า ทีมงาน หรือบริษัทต่างประเทศ แต่ภาษาอังกฤษไม่ได้ทำให้เงินเดือนเพิ่มขึ้นโดยอัตโนมัติ ผลลัพธ์ยังขึ้นอยู่กับสายงาน ประสบการณ์ ความสามารถ และการนำภาษาไปใช้ในการทำงานจริง ภาษาอังกฤษช่วยเพิ่มเงินเดือนและโอกาสก้าวหน้าในงานได้อย่างไร?

Engcouncil Admin

October 8, 2026

ทำงานกับชาวต่างชาติ แต่พูดอังกฤษไม่คล่อง ต้องเริ่มอย่างไร

หากต้องทำงานกับชาวต่างชาติแต่พูดอังกฤษไม่คล่อง ควรเริ่มจากประโยคที่ใช้จริงในงาน ฝึกฟังสำเนียงภาษาอังกฤษ และฝึกพูดโต้ตอบเป็นประจำ การ เรียนภาษาอังกฤษกับครูต่างชาติ เป็นอีกวิธีที่ช่วยให้คุ้นเคยกับการสนทนาจริง กล้าพูดมากขึ้น และนำภาษาอังกฤษไปใช้ในการทำงานได้อย่างเป็นธรรมชาติ ทำงานกับชาวต่างชาติ

Engcouncil Admin

October 8, 2026