บทความ สาระน่ารู้ จาก Engcouncil
ช่วยเสริมพัฒนาการ ของท่านให้ดียิ่งขึ้น

รวมบทความภาษาอังกฤษที่น่าสนใจ ครอบคลุมทั้งคำศัพท์และไวยากรณ์

รวบรวมความรู้ต่างๆ เกี่ยวกับภาษาอังกฤษ เพื่อการพัฒนาทักษะของคุณ

เปลี่ยนคำนามนับไม่ได้เป็นนับได้โดยใช้ Classifier เช่น a cup of water

วันนี้สถาบันสอนภาษาอังกฤษออนไลน์ Engcouncil จะมานำเสนอเรื่องที่หลายคนอาจเคยสงสัยในการ เรียนแกรมม่าภาษาอังกฤษ นั่นคือ “การเปลี่ยนคำนามนับไม่ได้ให้เป็นคำนามนับได้” โดยใช้สิ่งที่เรียกว่า Classifier เช่น a cup of water, a bottle of milk, หรือ a slice of bread

Classifier แปลเป็นไทยคือ “คำลักษณนาม” ซึ่งเป็นคำนามที่ใช้แสดงรูปร่าง ปริมาณ หรือภาชนะที่บรรจุ เพื่อช่วยให้เรา “นับได้” แม้ว่าสิ่งนั้นจะเป็น คำนามนับไม่ได้ ในภาษาอังกฤษ เช่น coffee, water, rice, sugar เป็นต้น

หากเป็นคำนามนับได้ เราสามารถนับได้โดยตรง เช่น one apple, two chairs แต่ถ้าเป็น คำนามนับไม่ได้ เราจะต้องใช้นามที่แสดง “หน่วยตวง วัด หรือภาชนะ” มาช่วย เช่น:

  • a cup of tea = ชาหนึ่งถ้วย
  • two bottles of water = น้ำสองขวด
  • three slices of bread = ขนมปังสามแผ่น

เรามาดูกันดีกว่าค่ะว่า มี Classifier แบบไหนที่น่าสนใจ และสามารถนำไปใช้ได้จริงในการพูดหรือเขียนภาษาอังกฤษ

1.a spoonful of… = ช้อน

  • honey (น้ำผึ้ง), medicine (ยา), ice cream (ไอศกรีม), sugar (น้ำตาล)

ตัวอย่างเช่น

  • I want a spoonful of ice cream.

ฉันต้องการไอศกรีมสักช้อนนึงน่ะ

2.a bar of… = แท่ง ท่อน ก้อน

  • chocolate (ช็อกโกแลต), gold (ทอง), soap (สบู่)

ตัวอย่างเช่น

  • We had a bar of gold stolen.

เราถูกขโมยทองหนึ่งแท่ง

3.a drop of… = หยด

  • blood (เลือด), oil (น้ำมัน), water (น้ำ)

ตัวอย่างเช่น

  • There is not a drop of water left.

ไม่มีน้ำเหลือสักหยด

4.a glass of… = แก้ว / a bottle of… = ขวด

  • milk (นม), water (น้ำ), beer (เบียร์), wine (ไวน์), cola (โคล่า), soda (โซดา)

ตัวอย่างเช่น

  • Get me a glass of milk.

ขอนมให้ฉันสักแก้ว

5.a cup of… = ถ้วย / a mug of… = เหยือก / a pot of… = หม้อ

  • coffee (กาแฟ), tea (ชา), cocoa (โกโก้), hot water (น้ำร้อน)

ตัวอย่างเช่น

  • I drank two cups of coffee.

ฉันดื่มกาแฟสองถ้วย

6.a pitcher of… = เหยือก

  • water (น้ำ), juice (น้ำผลไม้)

ตัวอย่างเช่น

  • I want a pitcher of lemonade.

ฉันต้องการน้ำมะนาวหนึ่งเหยือก

7.a barrel of… = ถัง

  • wine (ไวน์), vinegar (น้ำส้มสายชู), olive oil (น้ำมันมะกอก), whiskey (วิสกี้)

ตัวอย่างเช่น

  • I bought a barrel of wine.

ฉันซื้อไวน์หนึ่งถัง

8.a gallon of… = แกลลอน / a liter of… = ลิตร

  • milk (นม), wine (ไวน์), oil (น้ำมัน), orange juice (น้ำส้ม), water (น้ำ)

ตัวอย่างเช่น

  • He drinks 2 liters of milk a day.

เขาดื่มนมวันละ 2 ลิตร

9.a bag of… = ถุง (กระดาษ หรือ พลาสติก)

  • flour (แป้ง), sugar (น้ำตาล), oats (ข้าวโอ๊ต), beans (ถั่ว), popcorn (ข้าวโพดคั่ว)

ตัวอย่างเช่น

  • I bought two bags of popcorn.

ฉันซื้อข้าวโพดคั่วสองถุง

10.a sack of… = กระสอบ

  • flour (แป้ง), rice (ข้าว), corn (ข้าวโพด), wheat (ข้าวสาลี)

ตัวอย่างเช่น

  • Please buy a sack of rice.

ช่วยซื้อข้าวให้หนึ่งกระสอบนะ

11.a tin, a box… = กระป๋อง, กล่อง

  • pasta (พาสต้า), bean (ถั่ว), cookies (คุกกี้), crackers (แครกเกอร์)

ตัวอย่างเช่น

  • The children ate two tins of beans.

เด็ก ๆ กินถั่ว 2 กระป๋อง

12.a carton of … = กล่อง

  • eggs (ไข่), milk (นม), yogurt (โยเกิร์ต), soup (ซุป)

ตัวอย่างเช่น

  • Give me a carton of milk.

ขอนมกล่องนึง

13.a plate of… = จาน

  • cookies (คุกกี้),food (อาหาร), rice (ข้าว)

ตัวอย่างเช่น

  • He ate three plates of rice.

เขากินข้าวสามจาน

14.a bowl of… = ชาม

  • cereal (ซีเรียล), fruit (ผลไม้), soup (ซุป)

ตัวอย่างเช่น

  • My brother usually eats a bowl of cereal for breakfast.

 น้องชายของฉันกินซีเรียลหนึ่งชามเป็นประจำสำหรับมื้อเช้า

15.a pound of / a kilo of… = ปอนด์ / กิโล

  • meat (เนื้อ), apples (แอปเปิ้ล), onions (หัวหอม), potatoes (มันฝรั่ง), coffee (กาแฟ)

ตัวอย่างเช่น

  • Give me half a kilo of apples.

 เอาแอปเปิ้ลครึ่งกิโลค่ะ

16.a slice of… = แผ่น

bread (ขนมปัง), meat (เนื้อสัตว์), cheese (ชี้ส)

ตัวอย่างเช่น

  • Mother put two slices of bread in the toaster.

แม่ใส่ขนมปังสองแผ่นในเครื่องปิ้งขนมปัง

17.a roll of… = ม้วน

  • tape (เทป), toilet paper (กระดาษชำระ)

ตัวอย่างเช่น

  • Do you have a roll of toilet paper?

คุณมีกระดาษชำระสักม้วนไหม?

18.a piece of… = ชิ้น, อัน, ใบ, เรื่อง

  • advice (ข่าวสาร, ข้อมูล), furniture (เฟอร์นิเจอร์), luggage (กระเป๋าเดินทาง)

ตัวอย่างเช่น

  • There is a limit of two pieces of luggage for each passenger.

 จำกัดกระเป๋าเดินทางสองใบต่อผู้โดยสารแต่ละคน

19.a tube of… = หลอด

  • toothpaste (ยาสีฟัน), adhesive (กาว)

ตัวอย่างเช่น

  • Please buy a tube of toothpaste.

ช่วยซื้อยาสีฟันให้หลอดนึงสิ

ข้อสังเกต: เมื่อต้องการให้เป็นพหูพจน์ จะเติม s/es ที่ภาชนะหรือหน่วยวัด นามนับไม่ได้หลัง of คงเดิม แต่ถ้าเป็นนามนับได้คำนามหลัง of จะเติม s/es ด้วย

ตัวอย่างเช่น

  • He ate three plates of rice.
  • I’d like two kilos of onions.

คำถาม-คำตอบที่พบบ่อยเกี่ยวกับ Classifier

  1. Classifier มีความสำคัญอย่างไรกับการเรียนภาษาอังกฤษ?
    Classifier มีความสำคัญอย่างยิ่งในการใช้ภาษาอังกฤษค่ะ โดยเฉพาะเมื่อต้องพูดถึง คำนามนับไม่ได้ ค่ะ เพราะ Classifier จะทำหน้าที่เป็นหน่วยวัดหรือภาชนะที่ช่วยให้เราสามารถนับคำนามเหล่านั้นได้ ซึ่งช่วยให้การสื่อสารมีความชัดเจนและถูกต้องตามหลักไวยากรณ์มากขึ้นค่ะ
  1. ในประโยคพหูพจน์ ควรเติม “s” หรือ “es” ที่คำไหน?
    เมื่อต้องการทำให้ประโยคเป็นพหูพจน์ จะต้องเติม “s” หรือ “es” ที่ คำนามที่เป็นภาชนะหรือหน่วยวัด ที่อยู่หน้าคำว่า “of” ค่ะ ส่วนคำนามนับไม่ได้ที่อยู่หลัง “of” จะคงรูปเดิมค่ะ แต่ถ้าคำนามหลัง “of” เป็นคำนามนับได้ เช่น “apples” จะต้องเติม “s” ที่คำนามนั้นด้วยค่ะ
  1. “a cup of” กับ “a mug of” ใช้ต่างกันอย่างไร?
    ทั้งสองคำใช้บอกปริมาณเป็นถ้วยเหมือนกันค่ะ แต่มีความแตกต่างกันที่ขนาดและลักษณะของภาชนะค่ะ “a cup of” มักใช้กับถ้วยขนาดเล็กกว่าที่ใช้ดื่มชาหรือกาแฟทั่วไป ส่วน “a mug of” มักใช้กับเหยือกหรือถ้วยกาแฟขนาดใหญ่กว่าค่ะ
  1. มี Classifier ตัวไหนที่สามารถใช้ได้กับทั้งคำนามนับได้และนับไม่ได้ไหม?
    มีค่ะ คำว่า “a piece of…” เป็น Classifier ที่สามารถใช้ได้กับทั้งคำนามนับได้และนับไม่ได้ค่ะ เช่น “a piece of cake” (เค้กหนึ่งชิ้น) ที่ใช้กับคำนามนับได้ และ “a piece of advice” (คำแนะนำหนึ่งเรื่อง) ที่ใช้กับคำนามนับไม่ได้ค่ะ

เพื่อน ๆ เห็นไหมคะว่า Classifier หรือลักษณนาม มีให้เลือกใช้มากมายเลยค่ะ สำหรับการเปลี่ยน คำนามนับไม่ได้ ให้กลายเป็น คำนามนับได้ แบบถูกต้องตามหลักไวยากรณ์ภาษาอังกฤษ ลองนำไปฝึกใช้กันดูนะคะ ว่าในแต่ละบริบทควรจับคู่คำศัพท์กับลักษณนามแบบไหนถึงจะเหมาะสมที่สุด

และถ้าหากเพื่อนคนไหนกำลังมองหา คอร์สเรียนภาษาอังกฤษตัวต่อตัวแบบออนไลน์ หรืออยากพัฒนาเรื่องแกรมม่าและการใช้งานจริง สามารถติดต่อทีมงานเพื่อขอรับคำแนะนำการลงทะเบียนเรียนได้แล้วตั้งแต่วันนี้ที่นี่เลยค่ะ  [เรียนภาษาอังกฤษออนไลน์]

Latest News

อายุ 30+ เริ่มเรียนภาษาอังกฤษตอนนี้ ยังทันหรือไม่?

อายุ 30+ ยังเริ่มเรียนภาษาอังกฤษได้แน่นอน แม้ไม่เคยมีพื้นฐานมาก่อน เพราะการเรียนภาษาไม่ได้จำกัดอยู่แค่ในวัยเด็ก สำหรับคนที่กำลังมองหาวิธี เรียนภาษาอังกฤษไม่มีพื้นฐานเลยผู้ใหญ่ สิ่งสำคัญไม่ใช่อายุ แต่เป็นการเลือกวิธีเรียนให้เหมาะกับชีวิตประจำวัน ฝึกฝนอย่างสม่ำเสมอ

Engcouncil Admin

October 16, 2026

เลิกงานแล้วเรียนอังกฤษยังไง ให้เก่งต่อเนื่องโดยไม่ล้มเลิก

เลิกงานแล้วอยากเก่งภาษาอังกฤษ ควรเริ่มอย่างไร? สำหรับคนทำงานที่มีเวลาจำกัด การเรียนอังกฤษออนไลน์วันละ 15–30 นาที เป็นอีกวิธีที่ช่วยให้ฝึกภาษาได้อย่างสม่ำเสมอ โดยควรเน้นทักษะที่นำไปใช้จริง เช่น การสนทนา

Engcouncil Admin

October 16, 2026

ไม่มีเวลาเรียนภาษาอังกฤษ? 8 วิธีเก่งขึ้นได้แม้งานยุ่ง

ไม่มีเวลาเรียนภาษาอังกฤษก็พัฒนาได้ โดยไม่จำเป็นต้องเรียนครั้งละหลายชั่วโมง เพียงฝึกสม่ำเสมอวันละช่วงสั้น ๆ เช่น ฟังภาษาอังกฤษระหว่างเดินทาง ฝึกพูดจากสถานการณ์ทำงาน และทบทวนคำศัพท์ที่ใช้จริง หากต้องการเรียนอย่างเป็นระบบ การเลือก

Engcouncil Admin

October 8, 2026

ทำงานมา 10 ปี แต่ภาษาอังกฤษยังไม่ดี เริ่มใหม่ยังทันไหม?

ทำงานมา 10 ปีแล้วภาษาอังกฤษยังไม่ดี ก็ยังเริ่มใหม่ได้ การเรียนภาษาอังกฤษออนไลน์สำหรับคนทำงานไม่จำเป็นต้องเริ่มจากเนื้อหายาก แต่ควรเริ่มจากพื้นฐานที่ยังไม่แม่น แล้วค่อยฝึกทักษะที่สัมพันธ์กับชีวิตการทำงาน เช่น การฟัง การพูด

Engcouncil Admin

October 8, 2026

ภาษาอังกฤษช่วยเพิ่มเงินเดือนและโอกาสก้าวหน้าในงานได้จริงไหม?

การเรียนภาษาอังกฤษสามารถช่วยเพิ่มโอกาสด้านรายได้และความก้าวหน้าในงานได้ โดยเฉพาะตำแหน่งที่ต้องสื่อสารกับลูกค้า ทีมงาน หรือบริษัทต่างประเทศ แต่ภาษาอังกฤษไม่ได้ทำให้เงินเดือนเพิ่มขึ้นโดยอัตโนมัติ ผลลัพธ์ยังขึ้นอยู่กับสายงาน ประสบการณ์ ความสามารถ และการนำภาษาไปใช้ในการทำงานจริง ภาษาอังกฤษช่วยเพิ่มเงินเดือนและโอกาสก้าวหน้าในงานได้อย่างไร?

Engcouncil Admin

October 8, 2026

ทำงานกับชาวต่างชาติ แต่พูดอังกฤษไม่คล่อง ต้องเริ่มอย่างไร

หากต้องทำงานกับชาวต่างชาติแต่พูดอังกฤษไม่คล่อง ควรเริ่มจากประโยคที่ใช้จริงในงาน ฝึกฟังสำเนียงภาษาอังกฤษ และฝึกพูดโต้ตอบเป็นประจำ การ เรียนภาษาอังกฤษกับครูต่างชาติ เป็นอีกวิธีที่ช่วยให้คุ้นเคยกับการสนทนาจริง กล้าพูดมากขึ้น และนำภาษาอังกฤษไปใช้ในการทำงานได้อย่างเป็นธรรมชาติ ทำงานกับชาวต่างชาติ

Engcouncil Admin

October 8, 2026