บทความ สาระน่ารู้ จาก Engcouncil
ช่วยเสริมพัฒนาการ ของท่านให้ดียิ่งขึ้น

รวมบทความภาษาอังกฤษที่น่าสนใจ ครอบคลุมทั้งคำศัพท์และไวยากรณ์

รวบรวมความรู้ต่างๆ เกี่ยวกับภาษาอังกฤษ เพื่อการพัฒนาทักษะของคุณ

ความแตกต่างของการใช้ Do และ Make

ความแตกต่างของการใช้ Do และ Make

คำว่า do และ make แปลความหมายในภาษาได้ว่า “ทำ” เหมือนกันทั้งคู่ แต่หลักการใช้ของทั้งสองคำนี้ในภาษาอังกฤษนั้นแตกต่างกัน Engcouncil จะขอพามาดูว่า do และ make ใช้ต่างกันอย่างไร

ความแตกต่างของการใช้ Do และ Make

            คำที่แปลว่า “ทำ” ในภาษาอังกฤษมีด้วยกันสองคำ คือ do และ make ซึ่งทำให้ใครหลาย ๆ คนสับสนได้เมื่อจะต้องแต่งประโยคภาษาอังกฤษหรือพูดคุยกับต่างชาติ เพราะไม่รู้ในสถานการณ์ที่กำลังจะกล่าวถึงนั้นควรเลือกใช้คำไหนดี ในบทความนี้ Engcouncil จะขอพาคุณมาดูความแตกต่างของ do และ make และมาดูว่าต้องเลือกใช้อย่างไรถึงจะถูกต้องตามหลักไวยากรณ์ในภาษาอังกฤษ

Do และ Make ควรใช้เมื่อไหร่ดี? 

            ควรใช้ do เมื่อเป็นกิจกรรมทั่วไปหรือกิจกรรมที่เกิดซ้ำ ๆ เป็นสิ่งที่คุณทำเป็นประจำ โดยอาจทำเป็นประจำทุกวัน หรือทำทุก ๆ สัปดาห์ หรือเป็นกระทำในขึ้นตอนใดขั้นตอนหนึ่งของการลงมือทำบางสิ่งบางอย่าง โดยที่การใช้ do มักใช้ในรูปแบบ ดังนี้

Example: do something, do nothing, do anything หรือ do everything

            ในขณะที่การใช้ make ควรใช้เมื่อคุณสร้าง ก่อสร้าง หรือผลิตบางสิ่ง อาจจะออกมาในรูปแบบของผลิตภัณฑ์หรือการกระทำก็ได้ทั้งนั้น โดยในแง่ของใจความการใช้ make จะเน้นไปที่ตัวผลิตภัณฑ์ที่คุณสร้างหรือผลลัพธ์ที่มาจากการกระทำมากกว่าเน้นที่กระบวนการ

ตัวอย่างของการใช้ Do และ Make

            When I was doing the calculations, I made two mistakes.

            ในตอนที่ฉันทำการคำนวณ ฉันทำผิดพลาดไปสองข้อ (โดยจะเห็นได้ว่าเราใช้ do ในตอนแรกเพราะต้องการที่จะเน้นที่กระบวนการหรือการกระทำ และเมื่อต้องการจะเน้นที่ผลลัพธ์ อย่าง mistakes เราควรที่จะใช้ make)

สรุปได้ว่า

Do: ใช้เมื่อเราต้องการจะเน้นย้ำการกระทำ กิจกรรม หรือกระบวนการของการกระทำบางอย่างเช่น

  • She does the cleaning every sunday. (เธอทำความสะอาดทุก ๆ วันอาทิตย์)
  • Who does the cooking in your house? (ใครเป็นคนที่ทำอาหารในบ้านของคุณ?)
  • Doctor tells me to do more exercise. (คุณหมอบอกให้ฉันออกกำลังกายให้เยอะขึ้น)
  • The scientists had done the experiments and found the new vaccine. (นักวิทยาศาสตร์ได้ทำการทดลองและค้นพบกับวัคซีนตัวใหม่)
  • Could you do me a favour – would you water my plant next week? (คุณพอจะช่วยฉันหน่อยได้ไหม พอจะรดน้ำต้นไม้ให้ฉันช่วงสัปดาห์หน้าได้หรือเปล่า?)
  • I will head home now, because I have to do a lot of homework. (ฉันจะตรงกลับบ้านเลยเพราะฉันมีการบ้านต้องทำเยอะมาก)
  • She hasn’t done the laundry yet. (เธอยังไม่ได้ซักผ้าเลย)
  • I have to do all the tasks she asks for. (ฉันต้องทำงานทั้งหมดที่เธอขอให้ทำ)          

Make: ใช้เมื่อเราต้องการจะเน้นย้ำส่วนที่เป็นสิ่งที่ได้จากการกระทำ ผลลัพธ์ สิ่งที่เราสร้างทั้งทางร่างกายและจิตใจ เช่น

  • Don’t forget to make your bed. (อย่าลืมเก็บเตียงให้เรียบร้อยล่ะ)
  • That chef has made such a very beautiful wedding cake. (เชฟคนนั้นทำเค้กแต่งงานออกมาได้สวยมาก)
  • He always makes coffee for me every morning. (เขาชงกาแฟให้ชั้นในทุก ๆ เช้า)
  • I’ve made a complaint to the manager of the restaurant about cleanliness. (ฉันร้องเรียนกับผู้จัดการร้านอาหารเกี่ยวกับความสะอาด)
  • It’s difficult to make friends with our new employees. (มันยากที่จะเป็นเพื่อนใหม่กับพนักงานใหม่ ๆ ของเรา)
  • My children made a terrible mess in the kitchen yesterday. (ลูก ๆ ของฉันทำห้องครัวไว้เลอะเทอะมากgเมื่อวานนี้)
  • Making a lot of money is my only goal right now. (การทำเงินให้ได้มาก ๆ เป็นเป้าหมายเดียวของฉันในตอนนี้)

            หวังว่าเนื้อหาในบทความนี้จะทำให้คุณสามารถใช้ do และ make ได้อย่างเหมาะสมและถูกหลักไวยากรณ์มากขึ้น หากสนใจเรียนภาษาอังกฤษเพิ่มเติมแบบคอร์สสอนสดออนไลน์ โดยคุณครูชาวต่างชาติและเจ้าของภาษาติดต่อเรามาได้เลยที่ Engcouncil!

Latest News

อายุ 30+ เริ่มเรียนภาษาอังกฤษตอนนี้ ยังทันหรือไม่?

อายุ 30+ ยังเริ่มเรียนภาษาอังกฤษได้แน่นอน แม้ไม่เคยมีพื้นฐานมาก่อน เพราะการเรียนภาษาไม่ได้จำกัดอยู่แค่ในวัยเด็ก สำหรับคนที่กำลังมองหาวิธี เรียนภาษาอังกฤษไม่มีพื้นฐานเลยผู้ใหญ่ สิ่งสำคัญไม่ใช่อายุ แต่เป็นการเลือกวิธีเรียนให้เหมาะกับชีวิตประจำวัน ฝึกฝนอย่างสม่ำเสมอ

Engcouncil Admin

October 16, 2026

เลิกงานแล้วเรียนอังกฤษยังไง ให้เก่งต่อเนื่องโดยไม่ล้มเลิก

เลิกงานแล้วอยากเก่งภาษาอังกฤษ ควรเริ่มอย่างไร? สำหรับคนทำงานที่มีเวลาจำกัด การเรียนอังกฤษออนไลน์วันละ 15–30 นาที เป็นอีกวิธีที่ช่วยให้ฝึกภาษาได้อย่างสม่ำเสมอ โดยควรเน้นทักษะที่นำไปใช้จริง เช่น การสนทนา

Engcouncil Admin

October 16, 2026

ไม่มีเวลาเรียนภาษาอังกฤษ? 8 วิธีเก่งขึ้นได้แม้งานยุ่ง

ไม่มีเวลาเรียนภาษาอังกฤษก็พัฒนาได้ โดยไม่จำเป็นต้องเรียนครั้งละหลายชั่วโมง เพียงฝึกสม่ำเสมอวันละช่วงสั้น ๆ เช่น ฟังภาษาอังกฤษระหว่างเดินทาง ฝึกพูดจากสถานการณ์ทำงาน และทบทวนคำศัพท์ที่ใช้จริง หากต้องการเรียนอย่างเป็นระบบ การเลือก

Engcouncil Admin

October 8, 2026

ทำงานมา 10 ปี แต่ภาษาอังกฤษยังไม่ดี เริ่มใหม่ยังทันไหม?

ทำงานมา 10 ปีแล้วภาษาอังกฤษยังไม่ดี ก็ยังเริ่มใหม่ได้ การเรียนภาษาอังกฤษออนไลน์สำหรับคนทำงานไม่จำเป็นต้องเริ่มจากเนื้อหายาก แต่ควรเริ่มจากพื้นฐานที่ยังไม่แม่น แล้วค่อยฝึกทักษะที่สัมพันธ์กับชีวิตการทำงาน เช่น การฟัง การพูด

Engcouncil Admin

October 8, 2026

ภาษาอังกฤษช่วยเพิ่มเงินเดือนและโอกาสก้าวหน้าในงานได้จริงไหม?

การเรียนภาษาอังกฤษสามารถช่วยเพิ่มโอกาสด้านรายได้และความก้าวหน้าในงานได้ โดยเฉพาะตำแหน่งที่ต้องสื่อสารกับลูกค้า ทีมงาน หรือบริษัทต่างประเทศ แต่ภาษาอังกฤษไม่ได้ทำให้เงินเดือนเพิ่มขึ้นโดยอัตโนมัติ ผลลัพธ์ยังขึ้นอยู่กับสายงาน ประสบการณ์ ความสามารถ และการนำภาษาไปใช้ในการทำงานจริง ภาษาอังกฤษช่วยเพิ่มเงินเดือนและโอกาสก้าวหน้าในงานได้อย่างไร?

Engcouncil Admin

October 8, 2026

ทำงานกับชาวต่างชาติ แต่พูดอังกฤษไม่คล่อง ต้องเริ่มอย่างไร

หากต้องทำงานกับชาวต่างชาติแต่พูดอังกฤษไม่คล่อง ควรเริ่มจากประโยคที่ใช้จริงในงาน ฝึกฟังสำเนียงภาษาอังกฤษ และฝึกพูดโต้ตอบเป็นประจำ การ เรียนภาษาอังกฤษกับครูต่างชาติ เป็นอีกวิธีที่ช่วยให้คุ้นเคยกับการสนทนาจริง กล้าพูดมากขึ้น และนำภาษาอังกฤษไปใช้ในการทำงานได้อย่างเป็นธรรมชาติ ทำงานกับชาวต่างชาติ

Engcouncil Admin

October 8, 2026