บทความ สาระน่ารู้ จาก Engcouncil
ช่วยเสริมพัฒนาการ ของท่านให้ดียิ่งขึ้น

รวมบทความภาษาอังกฤษที่น่าสนใจ ครอบคลุมทั้งคำศัพท์และไวยากรณ์

รวบรวมความรู้ต่างๆ เกี่ยวกับภาษาอังกฤษ เพื่อการพัฒนาทักษะของคุณ

โครงสร้างประโยคภาษาอังกฤษพื้นฐาน

พื้นฐานประโยคภาษาอังกฤษที่ควรรู้(Basic Sentence Structure)

วันนี้สถาบัน Engcouncil จะมานำเสนอบทความเกี่ยวกับ โครงสร้างประโยคภาษาอังกฤษพื้นฐาน ซึ่งเป็นหนึ่งในหัวข้อสำคัญที่ผู้เริ่มต้น เรียนแกรมม่าภาษาอังกฤษ ควรทำความเข้าใจให้ถ่องแท้ เพราะเป็นรากฐานสำคัญของการ ฟัง พูด อ่าน และเขียน อย่างถูกต้องและมั่นใจ

เนื้อหานี้จะช่วยให้คุณเข้าใจองค์ประกอบของประโยค เช่น

  • ประธาน (Subject)
  • กริยา (Verb)
  • กรรม (Object)
  • และส่วนขยายอื่น ๆ เช่น Complement และ Modifier

เมื่อเข้าใจหลักการเหล่านี้แล้ว การเรียนแกรมม่าภาษาอังกฤษ ก็จะไม่ใช่เรื่องยากอีกต่อไป คุณจะสามารถวิเคราะห์และเขียนประโยคภาษาอังกฤษได้อย่างถูกต้อง เหมาะสมกับบริบทต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นการสอบ การทำงาน หรือการสนทนาในชีวิตประจำวัน

1.รูปแบบประโยคพื้นฐานในภาษาอังกฤษ (Types of Sentence structure)

มี 5 แบบด้วยกันดังนี้

  1. Subject+Verb
  2. Subject + Verb + Object
  3. Subject + Verb + Indirect object + Direct object
  4. Subject + Verb + Subject Complement
  5. Subject + Verb + Object + Object Complement

1.Subject + Verb

ตัวอย่าง

  • Manee sleeps.
  • Mother is cooking.
  • Toto is barking.
  • Bird flies.
  • Mickey walks to school.

2.Subject + Verb + Object 

ตัวอย่าง

  • She has a dog.
  • Mana likes pizza.
  • He loves his house.
  • Sunee buys cookie.
  • Jack is drinking coconut milk.
  • She never drinks alcohol.
  • They have opened their shop for 2 years.

3.Subject + Verb + Indirect object + Direct object

ตัวอย่าง

  • Eva gave me a present on my birthday last week.
  • I haven’t sent you an e-mail yet.
  • Mike bought his mother some cakes.
  • He gives me a cup of coffee.

4.Subject + Verb + Subject Complement 

ตัวอย่าง

  • She is very rich.
  • Bill felt sick after the party.
  • The manager’s plan sounds interesting for all employees.

5.Subject + Verb + Object + Object Complement

ตัวอย่าง

  • Our class chose Bill our leader.
  • Flood in Thailand made the country’s economy worse.
  • The students should keep the classroom clean.

2.โครงสร้างของประโยค (Sentence Structures)

สามารถแบ่งออกเป็น 2 ส่วนหลักๆ ได้แก่ ภาคประธาน (Subject) และ ภาคแสดง (Predicate)ภาคประธาน (Subject) อาจเป็นคำนาม (Noun) คำสรรพนาม (Pronoun) คำนามพร้อมด้วยส่วนขยายหรือคำที่มีฐานะเท่าคำนาม เช่น infinitive phrase หรือ gerund phraseภาคแสดง (Predicate) ได้แก่ส่วนของกริยา (Verb) อาจเป็นกริยาคำเดียวภาคประธาน (Subject) และ ภาคแสดง (Predicate) : Subject (N, Pronoun) +  Predicate (V)ตัวอย่าง

  • The teacher spoke loudly.
  • My friend had his car fixed.
  • That little girl loves eating vanilla ice-cream. 

3.ชนิดของประโยค (Types of Sentences) 

3.1 Simple Sentence ประโยคใจความเดียว

Simple Sentence : ประโยคใจความเดียว คือประโยคที่ประกอบด้วยประโยคอิสระประโยคเดียว มีประธานและกริยาตัวเดียว อาจมีส่วนเติมเต็มได้ตัวอย่าง

  • Mary plays the guitar.
  • The boy often buys chocolate cakes.
  • Smoking is no longer legal in many public places.
  • Some children are afraid of ghosts.
  • There are a lot of people on the street.
  • The games have become politically important.

3.2 Compound Sentence ประโยคประสม

Compound sentence คือ ประโยคที่ ประกอบด้วย Simple sentences 2 ประโยคมารวมกันโดย อาศัย ตัวเชื่อม เป็นแกนนำตัวอย่าง

  • He is lazy.
  • He is diligent.
  • He is lazy, but he is diligent.
  • It rained heavily last night.
  • The yard was flooded.
  • It rained heavily last night, so the yard was flooded.

 4.การใช้ Co-ordinate conjunction

Co-ordinate conjunction มี 7 ตัว คือ and, or, nor, but, so, for และ yet4.1 and ใช้เชื่อมประโยคที่มีความหมายคล้อยตามกันหรือการเพิ่มเติมความคิดตัวอย่าง

  • Yotsak had an accident last week. He has not come to school for 2 weeks.
  • Yotsak had an accident last week, and he has not come to school for 2 weeks.

4.2 or ใช้เชื่อมประโยคที่ให้เลือกเอาอย่างใดอย่างหนึ่งตัวอย่าง

  • You will do these homework. You will be punished.
  • You will do these homework, or you will be punished.

4.3 nor ใช้เชื่อมประโยคที่มีความหมายคล้อยตามกันและเป็นประโยคปฏิเสธตัวอย่าง

  • Dad is always busy. Mom does not have much free time.
  • Dad is always busy, nor does Mom have much free time.

4.4 but ใช้เชื่อมประโยคที่มีความหมายขัดแย้งกันตัวอย่าง

  • He was very angry with her.He listened to her
  • He was very angry with her, but he listened to her patiently.

4.5 so ใช้เชื่อมประโยคที่เป็นเหตเป็นผลกันโดยที่ประโยคหน้า so จะเป็นเหตุตัวอย่าง

  • He felt his room was too cold. He spoke to the landlord about the heater.
  • He felt his room was too cold, so he spoke to the landlord about the heater.

4.6 for ใช้เชื่อมประโยคที่เป็นเหตุเป็นผลกัน โดยที่ประโยคหน้า for จะเป็นผลตัวอย่าง

  • She has not come to school for a month. She has problems in her life.
  • She has not come to school for a month, for she has problems in her life.

4.7 yet ใช้เชื่อมประโยคที่มีความหมายขัดแย้งกันเหมือน butตัวอย่าง

  • He studied hard in summer. He failed the exam.
  • He studied hard in summer, yet he failed the exam.

5.การใช้ Correlative conjunction คือ ตัวเชื่อมที่เป็นคู่

5.1…nor ใช้เชื่อมประโยคที่มีความหมายคล้อยตามกันและเป็นประโยค ปฏิเสธทั้ง 2 ประโยคตัวอย่าง

  • She did not greet Mia. He did not look at her.
  • She did not greet Mia, nor did he look at her. Neither did she did greet Mia nor did he look at her.

5.2 Not only…but also ใช้เชื่อมประโยคที่มีความหมายคล้อยตามกันเหมือน andตัวอย่าง

  • She dislikes meat. She cannot stand the sight of it.
  • She dislikes meat, and she cannot stand the sight of it.
  • Not only does she dislike meat but also she cannot stand the sight of it.

5.3 …and ใช้เชื่อมคาที่มีความหมายคล้อยตามกันเหมือน andตัวอย่าง

  • She is a lazy student. He is a lazy
  • She is a lazy student, and he is a lazy student. Both she and he is a lazy student.

 6.Complex Sentence ประโยคความซ้อน

คือ ประโยคที่ประกอบด้วยประโยคหลัก (main clause) กับอนุประโยค (subordinate clause) ที่ไม่สามารถอยู่ได้โดยลำพัง แต่ ต้องอาศัยประโยคหลักเสมออนุประโยคใน complex sentences สามารถจำแนกออกเป็น 3 ประเภทคือ

  • Adjective clauses (relative clause)
  • Noun clauses
  • Adverb clauses

ประโยคความซ้อน (Complex Sentences) ประโยคที่ประกอบด้วยหนึ่งประโยคที่สมบูรณ์ ที่เรียกว่า Independent clause และอนุประโยคที่นาหน้าด้วยคำแทนบุคคล สิ่งของ สถานที่ เวลาหรือการ กระทำที่เป็นประธานของประโยคหลักซึ่งเมื่อแยกออกแล้วไม่ได้ความหมายที่สมบูรณ์ เรียกอนุประโยคนี้ว่า dependent clause หรือ subordinate clause กล่าวคือ นำหน้าด้วย Relative pronoun เช่น that, which, who, while, what, when เป็นต้น 6.1 Principal Clause (Main Clause)ตัวอย่าง

  • I know
  • Do you know
  • There is nothing

6.2 Dependent Clause (Subordinate Clause)ตัวอย่าง

  • that you are my friend.
  • if Jim will join the class.
  • that I can do for him.

เรียกอนุประโยคนี้ว่า dependent clause หรือ subordinate clause นำหน้าด้วย Relative pronoun เช่น that, which, who, while, what, when เป็นต้น 6.3 Principal Clause (Main Clause)ตัวอย่าง

  • I have found the book.
  • I asked that boy.
  • No one knows.

6.4 Dependent Clause (Subordinate Clause)ตัวอย่าง

  • which I have lost.
  • how old he was.
  • who he is.

FAQ: คำถาม-คำตอบที่พบบ่อยเกี่ยวกับโครงสร้างและชนิดของประโยค

  1. จะสังเกตความแตกต่างระหว่าง Simple, Compound และ Complex Sentence ได้อย่างไร?
    คำตอบ: Simple Sentence คือประโยคที่มีใจความเดียว ประกอบด้วยประธานและกริยาหลักเพียงชุดเดียวค่ะ ส่วน Compound Sentence จะประกอบด้วย Simple Sentence สองประโยคมารวมกันด้วยตัวเชื่อม (Co-ordinate conjunction) และ Complex Sentence จะมีประโยคหลักหนึ่งประโยคและอนุประโยค (Subordinate clause) ที่ต้องพึ่งพาประโยคหลักเพื่อความหมายที่สมบูรณ์ค่ะ
  1. การใช้ตัวเชื่อม “but”, “so” และ “yet” มีความแตกต่างกันอย่างไร?
    คำตอบ: คำว่า “but” และ “yet” ใช้เชื่อมประโยคที่มีความหมายขัดแย้งกันเหมือนกันค่ะ แต่ “but” จะใช้ในความขัดแย้งที่ทั่วไปกว่า ส่วน “yet” มักใช้กับความขัดแย้งที่น่าประหลาดใจหรือเกินความคาดหมายเล็กน้อยค่ะ ส่วน “so” ใช้เชื่อมประโยคที่เป็นเหตุเป็นผลกัน โดยประโยคก่อนหน้า “so” จะเป็นเหตุครับ
  1. Correlative conjunctions คืออะไร และแตกต่างจาก Co-ordinate conjunctions อย่างไร?
    คำตอบ: Correlative conjunctions คือตัวเชื่อมที่เป็นคู่เสมอค่ะ เช่น “not only… but also…” หรือ “both… and…” ซึ่งมักจะใช้เชื่อมคำ วลี หรือประโยคที่มีความเท่าเทียมกันค่ะ ในขณะที่ Co-ordinate conjunctions (and, but, or, so, etc.) เป็นตัวเชื่อมเดี่ยวๆ ที่ใช้เชื่อมประโยคอิสระเข้าด้วยกันค่ะ
  1. อนุประโยค (Subordinate clause) มีความสำคัญอย่างไรใน Complex Sentence?
    คำตอบ: อนุประโยคมีความสำคัญอย่างยิ่งใน Complex Sentence ค่ะ เพราะทำหน้าที่ให้ข้อมูลเพิ่มเติมและขยายความประโยคหลักให้สมบูรณ์มากขึ้น อนุประโยคไม่สามารถอยู่ได้โดยลำพัง แต่เมื่อรวมเข้ากับประโยคหลักแล้ว จะทำให้ประโยคทั้งหมดมีความหมายที่ซับซ้อนและละเอียดมากขึ้น ซึ่งช่วยให้การสื่อสารมีมิติที่หลากหลายมากขึ้นค่ะ

บทความเกี่ยวกับโครงสร้างประโยคภาษาอังกฤษอาจจะยาวนิดนึงนะคะ หากเพื่อนๆอยากมีโค้ชภาษาอังกฤษไว้คอยช่วยเหลือ ไม่ว่าจะเป็นการปูพื้นฐาน การฝึกพูดหรืออ่าน เพื่อนๆสามารถติดต่อแอดมินเพื่อขอคำแนะนำเกี่ยวกับคอร์สเรียนภาษาอังกฤษออนไลน์ แบบคลาสเรียนสดตัวต่อตัวได้เลยนะคะ

Latest News

อายุ 30+ เริ่มเรียนภาษาอังกฤษตอนนี้ ยังทันหรือไม่?

อายุ 30+ ยังเริ่มเรียนภาษาอังกฤษได้แน่นอน แม้ไม่เคยมีพื้นฐานมาก่อน เพราะการเรียนภาษาไม่ได้จำกัดอยู่แค่ในวัยเด็ก สำหรับคนที่กำลังมองหาวิธี เรียนภาษาอังกฤษไม่มีพื้นฐานเลยผู้ใหญ่ สิ่งสำคัญไม่ใช่อายุ แต่เป็นการเลือกวิธีเรียนให้เหมาะกับชีวิตประจำวัน ฝึกฝนอย่างสม่ำเสมอ

Engcouncil Admin

October 16, 2026

เลิกงานแล้วเรียนอังกฤษยังไง ให้เก่งต่อเนื่องโดยไม่ล้มเลิก

เลิกงานแล้วอยากเก่งภาษาอังกฤษ ควรเริ่มอย่างไร? สำหรับคนทำงานที่มีเวลาจำกัด การเรียนอังกฤษออนไลน์วันละ 15–30 นาที เป็นอีกวิธีที่ช่วยให้ฝึกภาษาได้อย่างสม่ำเสมอ โดยควรเน้นทักษะที่นำไปใช้จริง เช่น การสนทนา

Engcouncil Admin

October 16, 2026

ไม่มีเวลาเรียนภาษาอังกฤษ? 8 วิธีเก่งขึ้นได้แม้งานยุ่ง

ไม่มีเวลาเรียนภาษาอังกฤษก็พัฒนาได้ โดยไม่จำเป็นต้องเรียนครั้งละหลายชั่วโมง เพียงฝึกสม่ำเสมอวันละช่วงสั้น ๆ เช่น ฟังภาษาอังกฤษระหว่างเดินทาง ฝึกพูดจากสถานการณ์ทำงาน และทบทวนคำศัพท์ที่ใช้จริง หากต้องการเรียนอย่างเป็นระบบ การเลือก

Engcouncil Admin

October 8, 2026

ทำงานมา 10 ปี แต่ภาษาอังกฤษยังไม่ดี เริ่มใหม่ยังทันไหม?

ทำงานมา 10 ปีแล้วภาษาอังกฤษยังไม่ดี ก็ยังเริ่มใหม่ได้ การเรียนภาษาอังกฤษออนไลน์สำหรับคนทำงานไม่จำเป็นต้องเริ่มจากเนื้อหายาก แต่ควรเริ่มจากพื้นฐานที่ยังไม่แม่น แล้วค่อยฝึกทักษะที่สัมพันธ์กับชีวิตการทำงาน เช่น การฟัง การพูด

Engcouncil Admin

October 8, 2026

ภาษาอังกฤษช่วยเพิ่มเงินเดือนและโอกาสก้าวหน้าในงานได้จริงไหม?

การเรียนภาษาอังกฤษสามารถช่วยเพิ่มโอกาสด้านรายได้และความก้าวหน้าในงานได้ โดยเฉพาะตำแหน่งที่ต้องสื่อสารกับลูกค้า ทีมงาน หรือบริษัทต่างประเทศ แต่ภาษาอังกฤษไม่ได้ทำให้เงินเดือนเพิ่มขึ้นโดยอัตโนมัติ ผลลัพธ์ยังขึ้นอยู่กับสายงาน ประสบการณ์ ความสามารถ และการนำภาษาไปใช้ในการทำงานจริง ภาษาอังกฤษช่วยเพิ่มเงินเดือนและโอกาสก้าวหน้าในงานได้อย่างไร?

Engcouncil Admin

October 8, 2026

ทำงานกับชาวต่างชาติ แต่พูดอังกฤษไม่คล่อง ต้องเริ่มอย่างไร

หากต้องทำงานกับชาวต่างชาติแต่พูดอังกฤษไม่คล่อง ควรเริ่มจากประโยคที่ใช้จริงในงาน ฝึกฟังสำเนียงภาษาอังกฤษ และฝึกพูดโต้ตอบเป็นประจำ การ เรียนภาษาอังกฤษกับครูต่างชาติ เป็นอีกวิธีที่ช่วยให้คุ้นเคยกับการสนทนาจริง กล้าพูดมากขึ้น และนำภาษาอังกฤษไปใช้ในการทำงานได้อย่างเป็นธรรมชาติ ทำงานกับชาวต่างชาติ

Engcouncil Admin

October 8, 2026