บทความ สาระน่ารู้ จาก Engcouncil
ช่วยเสริมพัฒนาการ ของท่านให้ดียิ่งขึ้น

รวมบทความภาษาอังกฤษที่น่าสนใจ ครอบคลุมทั้งคำศัพท์และไวยากรณ์

รวบรวมความรู้ต่างๆ เกี่ยวกับภาษาอังกฤษ เพื่อการพัฒนาทักษะของคุณ

IELTS Reading ทำยังไงให้ทำทันเวลา? เทคนิคติว IELTS อ่านเร็ว ตอบทันทุกพาร์ท

สื่อถึงการติว IELTS และการเตรียมสอบ IELTS

หนึ่งในปัญหาที่คนสอบ IELTS เจอมากที่สุด คือ “ทำ Reading ไม่ทันเวลา” ทั้งที่บางคนอ่านออก เข้าใจเนื้อหา แต่สุดท้ายกลับพลาดคะแนนไปเพราะเวลาไม่พอ

คำถามคือ… ปัญหานี้เกิดจากอ่านช้า หรือ “ทำผิดวิธี”?

บทความนี้จะพาคุณเข้าใจว่า

  • ทำไม IELTS Reading ถึงทำไม่ทัน
  • เทคนิคติว IELTS ที่ช่วยให้ทำทันจริง
  • วิธีฝึกที่ทำให้คุณ “อ่านเร็ว + ตอบแม่น”

อ่านจบ คุณจะมีแนวทางที่เอาไปใช้ได้ทันทีในห้องสอบ

ทำไม IELTS Reading ถึงทำไม่ทันเวลา

1. อ่านทุกคำ (Over-reading)

หลายคนเข้าใจผิดว่า การทำ IELTS Reading ต้อง “อ่านละเอียดทุกบรรทัด” เพื่อไม่ให้พลาดคำตอบ แต่ในความจริง ข้อสอบนี้ถูกออกแบบมาให้คุณ “อ่านแบบเลือก” ไม่ใช่อ่านทั้งหมด

ปัญหาคือ:

  • ใช้เวลาเกินใน Passage แรก
  • พอถึง Passage 3 (ยากสุด) เวลาไม่พอ

ผลลัพธ์: เสียเวลา แต่ไม่ได้คะแนนเพิ่ม

แนวคิดที่ถูก:

  • คุณไม่จำเป็นต้องเข้าใจทุกคำ
  • แต่ต้อง “หาคำตอบให้เจอ”

2. ไม่เข้าใจรูปแบบข้อสอบ

โครงสร้างจริง:

  • 3 Passage
  • 40 ข้อ
  • เวลา 60 นาที (ไม่มีเวลาย้ายคำตอบเพิ่ม)

ถ้าคุณไม่คุ้นกับประเภทคำถาม เช่น:

  • Matching Headings
  • True / False / Not Given
  • Sentence Completion

วิธีแก้:

  • ฝึกแยกประเภทคำถามให้คล่อง
  • รู้ทันทีว่าคำถามนี้ต้องใช้เทคนิคอะไร

3. หาคำตอบไม่เป็น (Scanning ไม่เป็น)

หลายคน “อ่านเข้าใจ” แต่ “หาคำตอบไม่เจอ” เพราะยังอ่านแบบ linear (อ่านจากต้นจนจบ)

ปัญหาคือ:

  • ไม่รู้ว่าจะมองหาคำอะไร
  • ไม่รู้ว่า Answer อยู่ตรงไหน

สาเหตุหลัก: ยังไม่ใช้ Skimming + Scanning อย่างถูกวิธี

วิธีคิดใหม่:

  • ข้อสอบไม่ได้วัดว่า “คุณอ่านเข้าใจไหม”
  • แต่วัดว่า “คุณหาคำตอบได้เร็วแค่ไหน”

เทคนิคติว IELTS Reading ให้ทำทันเวลา

1. ใช้ Skimming ก่อนอ่านละเอียด

Skimming คือการอ่านเพื่อ “เข้าใจภาพรวม” อย่างรวดเร็ว

วิธีทำ:

  • อ่าน Title / Heading
  • อ่านประโยคแรกของแต่ละย่อหน้า
  • มองหา Keyword ซ้ำ ๆ

สิ่งที่ได้:

  • รู้ว่าแต่ละย่อหน้าพูดเรื่องอะไร
  • ลดเวลาการหา Answer

Tip จากการติว IELTS: อย่าใช้เวลา Skimming เกิน 2–3 นาทีต่อ Passage

2. ใช้ Scanning หาคำตอบ

Scanning คือการ “กวาดสายตาหาคำเฉพาะ”

สิ่งที่ควรมองหา:

  • Keyword จากคำถาม
  • Synonym (คำที่มีความหมายใกล้กัน)
  • ตัวเลข / ปี / ชื่อเฉพาะ

ตัวอย่าง: คำถามใช้คำว่า “increase” แต่ในบทความอาจใช้คำว่า “rise” นี่คือจุดที่หลายคนพลาด

3. อ่านคำถามก่อนเสมอ

นี่คือเทคนิคที่ช่วยประหยัดเวลาได้มากที่สุด

วิธีที่ถูกต้อง:

  1. อ่านคำถามก่อน
  2. ขีดเส้นใต้ Keyword
  3. คาดเดาว่าคำตอบน่าจะอยู่ส่วนไหน
  4. แล้วค่อยไปหาในบทความ

ผลลัพธ์:

  • อ่านแบบมีเป้าหมาย
  • ไม่เสียเวลาอ่านทั้งบท

4. บริหารเวลาให้ชัด

แนวทางแนะนำ:

  • Passage 1 → 15–18 นาที
  • Passage 2 → 20 นาที
  • Passage 3 → 22–25 นาที
  • เผื่อ 3–5 นาทีตรวจ

กฎสำคัญ:

  • อย่าติดข้อเดียวเกิน 1–2 นาที
  • ถ้ายาก ให้ “ข้ามก่อน”

เทคนิคเพิ่มความเร็วในการอ่าน (ใช้ได้จริง)

1. ฝึกอ่านแบบ “ไม่แปลทุกคำ”

หนึ่งในสาเหตุที่ทำให้ช้า คือการ “แปลในหัว” เช่น: อ่าน → แปลเป็นไทย → คิด → แล้วค่อยตอบ

ซึ่งใช้เวลามาก

วิธีแก้:

  • ฝึกอ่านเป็น Chunk (กลุ่มคำ)
  • เข้าใจความหมายจากบริบท

เป้าหมายคือ “คิดเป็นอังกฤษ”

2. ขยายคลังศัพท์ (Vocabulary)

คำถามที่พบบ่อย: ต้องรู้ศัพท์เยอะแค่ไหนถึงทำ IELTS ได้?

คำตอบ:

  • ไม่ต้องรู้ทุกคำ
  • แต่ต้องรู้ “คำที่ออกสอบบ่อย”

เช่น:

  • environment
  • research
  • impact
  • development

Tip: เน้นเรียน “Synonym” เพราะข้อสอบชอบเปลี่ยนคำ

3. ฝึกทำข้อสอบจริง (Mock Test)

นี่คือหัวใจของการติว IELTS ที่หลายคนมองข้าม

เพราะคุณจะได้:

  • ฝึกจับเวลาเหมือนสอบจริง
  • เข้าใจ Pattern ข้อสอบ
  • รู้จุดอ่อนของตัวเอง

แนะนำ:

  • ทำสัปดาห์ละ 2–3 ชุด
  • จับเวลา 60 นาทีจริง

ติว IELTS Reading สำหรับมือใหม่ ควรเริ่มยังไง

ถ้าคุณยังไม่มั่นใจ หรือเพิ่งเริ่มติว IELTS

ให้เริ่มแบบนี้:

  1. ฝึกอ่านบทความสั้น (เช่น ข่าว / Blog)
  2. ฝึก Skimming + Scanning แยกกันก่อน
  3. เริ่มทำข้อสอบง่าย → กลาง → ยาก
  4. วิเคราะห์ข้อผิดพลาดทุกครั้ง

สิ่งสำคัญ: อย่าแค่ทำข้อสอบแต่ต้อง “เข้าใจว่าทำไมผิด”

คำถามที่พบบ่อย (FAQ) เกี่ยวกับเทคนิค IELTS Reading

1. ถ้าเจอคำศัพท์ที่ไม่รู้ความหมายใน Passage ควรทำอย่างไร?

“ข้ามไปก่อน หรือเดาจากบริบท” อย่าหยุดชะงักเพียงเพราะศัพท์คำเดียว ให้ดูประโยคข้างเคียงว่าเนื้อหาโดยรวมเป็นบวกหรือลบ ข้อสอบ IELTS ถูกออกแบบมาให้มีศัพท์ยากที่แม้แต่เจ้าของภาษาก็อาจไม่คุ้นเคย เพื่อวัดทักษะการเดาความหมาย (Context Clues) สิ่งที่สำคัญกว่าคือการหา Keyword ของคำถามให้เจอ

  • Skimming: คือการอ่านผ่านๆ เพื่อหา “ใจความสำคัญ” (Main Idea) ใช้ตอนเริ่มทำแต่ละ Passage เพื่อให้รู้ว่าย่อหน้าไหนพูดเรื่องอะไร
  • Scanning: คือการกวาดสายตาเพื่อหา “ข้อมูลเฉพาะ” (Specific Info) เช่น ชื่อคน ตัวเลข หรือคำศัพท์เฉพาะ ใช้เมื่อเราอ่านคำถามเสร็จแล้วต้องการกลับไปหาตำแหน่งของคำตอบในบทความ

เพราะการอ่านคำถามก่อนจะทำให้คุณ “อ่านแบบมีเป้าหมาย” (Purposeful Reading) คุณจะรู้ทันทีว่าต้องมองหาข้อมูลอะไร (เช่น ใคร ทำอะไร ที่ไหน) ทำให้ไม่ต้องเสียเวลาประมวลผลเนื้อหาทั้งหมดที่ไม่เกี่ยวข้องกับคำตอบ ช่วยลดเวลาการอ่านลงได้มหาศาล

ขึ้นอยู่กับความถนัดส่วนบุคคล

  • แบบคอมพิวเตอร์: หน้าจอจะแบ่งครึ่ง (บทความซ้าย คำถามขวา) ไม่ต้องเปิดกระดาษไปมา และมีฟังก์ชัน Highlight/Note ช่วยให้จัดการข้อมูลได้เร็ว
  • แบบกระดาษ: เหมาะกับคนที่ชอบขีดเขียน วง Keyword หรือลากเส้นเชื่อมโยงด้วยมือ แนะนำให้ลองทำ Mock Test ทั้งสองแบบเพื่อดูว่าวิธีไหนทำให้คุณทำ “จบได้เร็วกว่า”

เทคนิคที่เร็วที่สุดคือ:

  • True: ข้อมูลในบทความกับคำถามตรงกัน (แม้จะใช้ Synonym)
  • False: ข้อมูลในบทความกับคำถาม “ขัดแย้ง” กันชัดเจน
  • Not Given: ข้อมูลในคำถาม “ไม่มีระบุ” หรือ “หาข้อสรุปไม่ได้” จากบทความ Tip: หากคุณหาตำแหน่ง Keyword เจอแล้ว แต่หาข้อมูลมา Support ไม่ได้ภายใน 1 นาที ให้ตอบ Not Given แล้วไปต่อทันที

ไม่จำเป็นแม้โดยทั่วไป Passage 1 จะง่ายที่สุด แต่บางครั้งเนื้อหาใน Passage 2 หรือ 3 อาจเป็นเรื่องที่คุณมีความรู้พื้นฐานดีกว่า (เช่น เรื่องสิ่งแวดล้อม หรือเทคโนโลยี) เทคนิค: ให้เลือกทำ Passage ที่คุณรู้สึกว่า “เข้ามือ” ที่สุดก่อน เพื่อเก็บคะแนนชัวร์ๆ และสร้างความมั่นใจก่อนไปลุยส่วนที่ยาก

เปลี่ยนวิธีอ่าน แล้วคะแนนจะเปลี่ยน 

การทำ IELTS Reading ไม่ทันเวลา ไม่ได้แปลว่าคุณไม่เก่ง แต่เป็นเพราะยังใช้เทคนิคไม่ถูกถ้าคุณกำลังติว IELTS อยู่ ลองเปลี่ยนจากการอ่านทุกคำ มาเป็นการอ่านแบบจับใจความโฟกัสที่การใช้เทคนิค Skimming และ Scanning จะช่วยให้คุณทั้งเร็วและแม่นขึ้น ฝึกอย่างสม่ำเสมอ พร้อมจับเวลา จะทำให้คุณคุ้นเคยกับข้อสอบจริงมากขึ้น เมื่อปรับวิธีได้ถูกทาง คะแนน Reading ของคุณจะพัฒนาได้อย่างชัดเจน

เริ่มติว IELTS Reading ให้ทำทันและได้คะแนนจริง

ถ้าคุณยังทำ IELTS Reading ไม่ทัน หรือคะแนนไม่ขึ้นสักที อาจถึงเวลาที่ต้อง “เปลี่ยนวิธีติว IELTS” ให้ถูกจุดมากขึ้น

  • ทดลองเรียน IELTS แบบตัวต่อตัว ปรับเทคนิคเฉพาะคุณ
  • ฝึก Reading พร้อมจับเวลา และมีโค้ชช่วยวิเคราะห์ข้อผิดพลาด

เริ่มวันนี้ แล้วคุณจะเห็นว่า การทำ IELTS Reading ให้ทันเวลา เป็นเรื่องที่ฝึกได้จริง

Latest News

อายุ 30+ เริ่มเรียนภาษาอังกฤษตอนนี้ ยังทันหรือไม่?

อายุ 30+ ยังเริ่มเรียนภาษาอังกฤษได้แน่นอน แม้ไม่เคยมีพื้นฐานมาก่อน เพราะการเรียนภาษาไม่ได้จำกัดอยู่แค่ในวัยเด็ก สำหรับคนที่กำลังมองหาวิธี เรียนภาษาอังกฤษไม่มีพื้นฐานเลยผู้ใหญ่ สิ่งสำคัญไม่ใช่อายุ แต่เป็นการเลือกวิธีเรียนให้เหมาะกับชีวิตประจำวัน ฝึกฝนอย่างสม่ำเสมอ

Engcouncil Admin

October 16, 2026

เลิกงานแล้วเรียนอังกฤษยังไง ให้เก่งต่อเนื่องโดยไม่ล้มเลิก

เลิกงานแล้วอยากเก่งภาษาอังกฤษ ควรเริ่มอย่างไร? สำหรับคนทำงานที่มีเวลาจำกัด การเรียนอังกฤษออนไลน์วันละ 15–30 นาที เป็นอีกวิธีที่ช่วยให้ฝึกภาษาได้อย่างสม่ำเสมอ โดยควรเน้นทักษะที่นำไปใช้จริง เช่น การสนทนา

Engcouncil Admin

October 16, 2026

ไม่มีเวลาเรียนภาษาอังกฤษ? 8 วิธีเก่งขึ้นได้แม้งานยุ่ง

ไม่มีเวลาเรียนภาษาอังกฤษก็พัฒนาได้ โดยไม่จำเป็นต้องเรียนครั้งละหลายชั่วโมง เพียงฝึกสม่ำเสมอวันละช่วงสั้น ๆ เช่น ฟังภาษาอังกฤษระหว่างเดินทาง ฝึกพูดจากสถานการณ์ทำงาน และทบทวนคำศัพท์ที่ใช้จริง หากต้องการเรียนอย่างเป็นระบบ การเลือก

Engcouncil Admin

October 8, 2026

ทำงานมา 10 ปี แต่ภาษาอังกฤษยังไม่ดี เริ่มใหม่ยังทันไหม?

ทำงานมา 10 ปีแล้วภาษาอังกฤษยังไม่ดี ก็ยังเริ่มใหม่ได้ การเรียนภาษาอังกฤษออนไลน์สำหรับคนทำงานไม่จำเป็นต้องเริ่มจากเนื้อหายาก แต่ควรเริ่มจากพื้นฐานที่ยังไม่แม่น แล้วค่อยฝึกทักษะที่สัมพันธ์กับชีวิตการทำงาน เช่น การฟัง การพูด

Engcouncil Admin

October 8, 2026

ภาษาอังกฤษช่วยเพิ่มเงินเดือนและโอกาสก้าวหน้าในงานได้จริงไหม?

การเรียนภาษาอังกฤษสามารถช่วยเพิ่มโอกาสด้านรายได้และความก้าวหน้าในงานได้ โดยเฉพาะตำแหน่งที่ต้องสื่อสารกับลูกค้า ทีมงาน หรือบริษัทต่างประเทศ แต่ภาษาอังกฤษไม่ได้ทำให้เงินเดือนเพิ่มขึ้นโดยอัตโนมัติ ผลลัพธ์ยังขึ้นอยู่กับสายงาน ประสบการณ์ ความสามารถ และการนำภาษาไปใช้ในการทำงานจริง ภาษาอังกฤษช่วยเพิ่มเงินเดือนและโอกาสก้าวหน้าในงานได้อย่างไร?

Engcouncil Admin

October 8, 2026

ทำงานกับชาวต่างชาติ แต่พูดอังกฤษไม่คล่อง ต้องเริ่มอย่างไร

หากต้องทำงานกับชาวต่างชาติแต่พูดอังกฤษไม่คล่อง ควรเริ่มจากประโยคที่ใช้จริงในงาน ฝึกฟังสำเนียงภาษาอังกฤษ และฝึกพูดโต้ตอบเป็นประจำ การ เรียนภาษาอังกฤษกับครูต่างชาติ เป็นอีกวิธีที่ช่วยให้คุ้นเคยกับการสนทนาจริง กล้าพูดมากขึ้น และนำภาษาอังกฤษไปใช้ในการทำงานได้อย่างเป็นธรรมชาติ ทำงานกับชาวต่างชาติ

Engcouncil Admin

October 8, 2026