บทความ สาระน่ารู้ จาก Engcouncil
ช่วยเสริมพัฒนาการ ของท่านให้ดียิ่งขึ้น

รวมบทความภาษาอังกฤษที่น่าสนใจ ครอบคลุมทั้งคำศัพท์และไวยากรณ์

รวบรวมความรู้ต่างๆ เกี่ยวกับภาษาอังกฤษ เพื่อการพัฒนาทักษะของคุณ

เลือกอ่านหนังสือภาษาอังกฤษอย่างไรให้เหมาะกับแต่ละช่วงวัย?

เลือกอ่านหนังสือภาษาอังกฤษอย่างไรให้เหมาะกับแต่ละช่วงวัย? การอ่านหนังสือนั้นนอกจากจะให้ความรู้และสร้างความเข้าใจต่อเนื้อหาหรือสร้างความบันเทิงแล้วยังช่วยในเรื่องของการสร้างสมาธิและการโฟกัสได้เป็นอย่างดี จึงไม่แปลกใจที่หนังสือมักเป็นคอมฟอร์ทโซนและเป็นทางเลือกที่ผู้ปกครองมักเลือกใช้เป็นเคล็ดลับในการสร้างสมาธิควบคู่กับให้ความรู้สำหรับเด็กๆ ในแต่ละช่วงวัย รวมไปถึงการสร้างสมาธิที่ดีต่อผู้ใหญ่เองด้วย

หลายคนเริ่มหันมาสนใจการเลือกอ่านหนังสือภาษาอังกฤษมากขึ้นเพราะด้วยประการที่กล่าวมาข้างต้น นั้นคือเสริมสร้างทักษะการอ่านที่ดี และยังช่วยให้มีสมาธิมากขึ้นด้วย อย่างไรก็ตามการเลือกหนังสือให้เหมาะสมกับแต่ละช่วงวัยนั้นก็มีความสำคัญและควรใส่ใจ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการเลือกหมวดหมู่หรือ genre หรือจะเป็นระดับความยากของภาษาและความเหมาะสมของแต่ละช่วงวัยด้วย บทความนี้ Engcouncil จะมาแนะนำหนังสือภาษาอังกฤษที่เหมาะสมสำหรับแต่ละช่วงวัย เพื่อเพิ่มพูนทักษะให้ดีขึ้นพร้อมการสร้างสมาธิให้ดีกว่าที่เคย

เน้นสีสันและรูปภาพ: หนังสือสำหรับเด็กที่มีประสิทธิภาพเพื่อสร้างนิสัยรักการอ่าน

เด็กๆ ตั้งแต่ช่วงวัย 2-3 ก็สามารถสื่อสารได้แล้ว ดังนั้นผู้ปกครองควรอ่านหนังสือให้เด็กๆ ฟังควบคู่กับการเปิดภาพที่มีสีสันสดใสควบคู่ไปด้วยเพื่อสร้างทักษะความจำไปในเวลาเดียวกัน วัยนี้เราแนะนำหนังสือเกี่ยวกับ ผัก ผลไม้ สัตว์ หรือเรื่องราวสมมติที่มีจินตนาการสูงเน้นสีสัน ความแฟนตาซีก็ย่อมได้ ไปจนถึงช่วงวัย 8-10 ปีอาจจะอัพสเกลความยากขึ้นมาหน่อยนั่นคือมีตัวหนังสือมากขึ้น แต่ยังมีรูปประกอบเป็นระยะเพื่อสร้างความตื่นเต้นให้กับเด็กๆ ด้วย ตัวอย่างหนังสือที่แนะนำมีดังนี้

  • Little Monster’s First 100 words
  • Peppa Pig Little Library
  • Cat in the Hat ( ทุกซีรีส์)
  • How the Grinch Stole Christmas
  • The Very Hungry Caterpillar

หรืออาจจะอัพสเกลความยากขึ้นมาหน่อยอาจจะเน้นหนังสือที่เป็นการบอกเล่าเรื่องราวที่ไม่หนักหน่วงมากนัก เน้นชีวิตประจำวัน ความแฟนตาซี การเสริมสร้างจินตนาการ แต่ยังความคอนเซปท์ของการมีรูปภาพประกอบและความเป็นเด็กอยู่บ้าง อย่างเช่นหนังสือหมวด YA (young adult) ดังต่อไปนี้

  • Matilda
  • Charlott’s Web
  • The BFG
  • Charlie and the Chocolate Factory
  • The Tale of Peter Rabbit
  • Diary of a Wimpy Kid (all collections)
  • Harry Potter (book 1-3)

หนังสือที่มีเรื่องราวน่าติดตาม: หมวดหมู่หนังสือสำหรับวัยใสเตรียมตัวเป็นผู้ใหญ่อย่างเต็มรูปแบบ

วัยนี้จะเป็นวัยที่กำลังเรียนรู้ ชอบการทดลองและเป็นวัยที่เริ่มให้ความสนใจกับปัญหาทางสังคมมากขึ้นโดยเฉพาะวัยรุ่นในปัจจุบัน ฉะนั้นหนังสือภาษาอังกฤษที่ตอบโจทย์จะไม่เน้นแฟนตาซีมากจนเกินไปแต่หากเป็นแฟนตาซีก็จะเน้นการเล่าถึงประเด็นทางสังคม ปัญหารักๆของวัยรุ่น หรือปัญหาครอบครัวหรือปัญหาการใช้ชีวิตในโรงเรียน เป็นต้น นอกจากนี้ยังมีหมวดหมู่ที่เกี่ยวข้องกับ Romance หรือความรักและกลุ่มหนังสือการ์ตูนจากค่ายใหญ่ๆ ด้วยเช่นกัน

โดยชื่อของผู้เขียนที่มักเป็นที่นิยมที่สุดในช่วงวัยนี้จะเป็นชื่อที่น่าจะเคยเห็นผ่านตามาบ้าง เช่น John Green, Harper Lee, Marvel, DC comics และแน่นอน Jk.Rollings เจ้าของผลงานดังอย่าง Harry Potter

หนังสือที่ Engcouncil แนะนำสำหรับช่วงวัยนี้จะเป็นประมาณนี้

  • The Perks of Being a Wallflower
  • They Both Die at the End
  • Miss Peregrine’s Home for Peculiar Children
  • Everybody looking
  • The Hunger Games
  • The Book Thief
  • Eleanor and Park
  • One of the Good Ones
  • Looking for Alaska
  • To all the boys I’ve loved before
  • The Little Prince

หนังสือโลกความจริง: การเงิน การเมือง จิตวิทยา หมวดหมู่หนังสือสำหรับผู้ใหญ่

หนังสือโลกความจริงที่เรากล่าวถึงคือหนังสือที่มุ่งเน้นไปที่การใช้ชีวิตในวัยเป็นผู้ใหญ่ที่ผ่านการเรียนรู้และประสบการณ์ต่างๆมาอย่างมากมายประมาณหนึ่งแล้ว อาจจะเริ่มตั้งแต่ช่วงวัยเรียนมหาวิทยาลัยเลย และหนังสือเหล่านี้จะเป็นหนังสือที่เกี่ยวข้องกับความสนใจหลักของปัจเจกมากขึ้น แต่ส่วนใหญ่จะมีเนื้อหาที่ค่อนข้างหนัก และเป็นเชิงความรู้ความเข้าใจและมุมมองของโลกมากกว่าสองแบบที่ได้กล่าวถึงข้างต้น

รายชื่อหนังสือที่เราแนะนำนั้นมีทั้งที่เป็น Fiction (เรื่องแต่ง) และ Non-fition (อ้างอิงจากเรื่องจริง) แต่ล้วนเป็นหนังสือที่สะท้อนคุณค่าหรือความเป็นจริงบางอย่างในโลกของเรา ดังนี้

  • Gone Girl
  • The Seven Husbands of Evelyn Hugo
  • Pride and Prejudice
  • The Help
  • 1984
  • The Da Vinci Code
  • How to Win Friends and Influence People
  • Think and Grow Rich
  • The 7 Habits of Highly Effective People

หนังสือที่เราแนะนำนั้นล้วนเป็นหนังสือที่คัดมาแล้วว่าเหมาะสมกับทุกช่วงวัย ฉะนั้นเพื่อให้การเรียนภาษาเป็นเรื่องที่น่าตื่นเต้นและมีความรู้ความเข้าใจหรือมุมมองใหม่ๆต่อโลกได้มากขึ้นการลองเปิดใจอ่านหนังสือภาษาอังกฤษจะช่วยให้ทักษะหลายๆ ด้านของคุณดีขึ้นได้ไม่มากก็น้อยอย่างแน่นอน

Latest News

TOEIC Listening ฟังไม่ทัน? 10 เทคนิคทำคะแนนให้ดีขึ้น

TOEIC Listening ฟังไม่ทันแก้ได้ด้วยการฝึกจับคีย์เวิร์ด ทำความคุ้นเคยกับสำเนียงภาษาอังกฤษ และฝึกทำข้อสอบภายใต้เวลาจริง โดยไม่จำเป็นต้องแปลทุกคำ สำหรับผู้ที่กำลังติว TOEIC ควรเริ่มจากการทำความเข้าใจรูปแบบข้อสอบ ฝึกฟังอย่างสม่ำเสมอ

Engcouncil Admin

November 4, 2026

บริษัทชั้นนำในไทยใช้คะแนน TOEIC เท่าไหร่? อัปเดตล่าสุด 2026

บริษัทชั้นนำในไทยใช้คะแนน TOEIC แตกต่างกันตามตำแหน่งงาน โดยประกาศรับสมัครงานปี 2026 พบเกณฑ์ตั้งแต่ 550–800 คะแนนขึ้นไปในบางตำแหน่งของ Toyota ขณะที่การบินไทยกำหนด

Engcouncil Admin

November 4, 2026

Resume ภาษาอังกฤษ เขียนอย่างไรให้ HR หยุดอ่านและเรียกสัมภาษณ์

การเขียน Resume ภาษาอังกฤษให้น่าสนใจควรเริ่มจากการใช้พื้นฐานภาษาอังกฤษที่ถูกต้อง เลือกคำศัพท์ให้เหมาะกับตำแหน่งงาน และสรุปประสบการณ์อย่างกระชับ โดยเน้นผลงานที่วัดผลได้มากกว่าการบรรยายหน้าที่ทั่วไป พร้อมจัดรูปแบบให้อ่านง่ายและตรวจสอบความถูกต้องก่อนส่งสมัครงาน เพื่อช่วยให้ HR มองเห็นคุณสมบัติที่ตรงกับตำแหน่งได้รวดเร็วและเพิ่มโอกาสได้รับเชิญสัมภาษณ์

Engcouncil Admin

November 4, 2026

TOEIC 650, 750 และ 850 คะแนน สมัครงานอะไรได้บ้าง?

คะแนน TOEIC 650 สามารถใช้สมัครงานที่ต้องสื่อสารภาษาอังกฤษทั่วไป เช่น งานธุรการหรือประสานงาน ส่วน 750 คะแนนช่วยเพิ่มโอกาสสมัครงานในองค์กรที่ใช้ภาษาอังกฤษเป็นประจำ และ

Engcouncil Admin

November 4, 2026

เรียน TOEIC ตัวต่อตัว ดีกว่าเรียนกลุ่มยังไง? เปรียบเทียบแบบไหนเหมาะกับคุณ

เวลาที่หลายคนเริ่มวางแผนติว TOEIC มักมีคำถามสำคัญตามมาว่า “ควรเรียนแบบตัวต่อตัว หรือเรียนกลุ่มดีกว่า?” เพราะแม้ทั้งสองแบบจะช่วยพัฒนาคะแนน TOEIC ได้เหมือนกัน แต่รูปแบบการเรียน ผลลัพธ์

Engcouncil Admin

May 28, 2026

15 คำถามสัมภาษณ์งานภาษาอังกฤษ พร้อมวิธีตอบให้ได้งาน

การสัมภาษณ์งานภาษาอังกฤษให้มั่นใจ ควรเตรียมคำตอบสำหรับคำถามที่พบบ่อย เช่น การแนะนำตัว จุดแข็ง จุดอ่อน ประสบการณ์ทำงาน และเหตุผลที่สมัครงาน พร้อมฝึกพูดออกเสียงจริง การ

Engcouncil Admin

October 28, 2026