บทความ สาระน่ารู้ จาก Engcouncil
ช่วยเสริมพัฒนาการ ของท่านให้ดียิ่งขึ้น

รวมบทความภาษาอังกฤษที่น่าสนใจ ครอบคลุมทั้งคำศัพท์และไวยากรณ์

รวบรวมความรู้ต่างๆ เกี่ยวกับภาษาอังกฤษ เพื่อการพัฒนาทักษะของคุณ

หลักการใช้ Demonstrative Pronoun

Demonstrative pronoun คือคำว่า this, that, these, those เป็นคำสรรพนามอีกจำพวกหนึ่งที่ถูกใช้บ่อยในภาษาอังกฤษ สำหรับใครที่ยังไม่ค่อยแม่นเรื่องการใช้ this, that, these, those วันนี้ สถาบันสอนภาษาอังกฤษออนไลน์ Engcouncil  ก็ได้เรียบเรียงมาให้ได้เรียนรู้กันแบบง่ายๆแล้ว มาดูไปพร้อมๆกันเลยค่ะ

Demonstrative pronoun คือคำสรรพนามที่ใช้เมื่อกล่าวชี้เฉพาะถึงสิ่งใดๆ ซึ่งได้แก่คำว่า this, that, these, those, Demonstrative แปลว่า “ชี้เฉพาะ” ส่วน pronoun แปลว่า “คำสรรพนาม” ซึ่งก็คือคำที่ใช้แทนคำนามนั่นเอง)

ภาพรวมของ demonstrative pronoun

  1. This แปลว่า นี่          ใช้กับคำนาม เอกพจน์    ใช้กับระยะ ใกล้

ตัวอย่างเช่น

This is my bag. นี่คือกระเป๋าของฉัน

  1. That แปลว่า นั่น        ใช้กับคำนาม เอกพจน์    ใช้กับระยะ ไกล

ตัวอย่างเช่น

That is my bag.  นั่นคือกระเป๋าของฉัน

  1. These แปลว่า นี่, พวกนี้, เหล่านี้             ใช้กับคำนาม พหูพจน์     ใช้กับระยะ ใกล้

ตัวอย่างเช่น

These are my bags. พวกนี้คือกระเป๋าของฉัน

  1. Those นั่น, พวกนั้น, เหล่านั้น     ใช้กับคำนาม พหูพจน์     ใช้กับระยะ ไกล

ตัวอย่างเช่น

Those are my bags. พวกนั้นคือกระเป๋าของฉัน

หลักการใช้ demonstrative pronoun

** เราจะใช้ this, that, these, those ตามเงื่อนไขดังนี้ **

  1. ใช้ this กับสิ่งที่อยู่ใกล้ และเป็นเอกพจน์
  2. ใช้ that กับสิ่งที่อยู่ไกล และเป็นเอกพจน์
  3. ใช้ these กับสิ่งที่อยู่ใกล้ และเป็นพหูพจน์
  4. ใช้ those กับสิ่งที่อยู่ไกล และเป็นพหูพจน์

คำว่าอยู่ใกล้หรืออยู่ไกล ไม่ได้หมายถึงเฉพาะระยะห่างในทางกายภาพเท่านั้น แต่หมายรวมถึงระยะห่างในทางกาลเวลาด้วย เช่น เมื่อพูดถึงสิ่งที่เกิดขึ้นในอดีต เราจะถือว่าเป็นสิ่งไกลตัว เราจึงใช้ that/those แทน this/these

ตัวอย่างเช่น

  • Jennie: Do you remember the trip to Dubai last year?

เจนนี่: คุณจำทริปเที่ยวประเทศดูไบเมื่อปีก่อนได้มั้ย

  • Peter: Of course, that was the most fun trip I have ever had.

ปีเตอร์: แน่นอนสิ นั่นเป็นทริปที่สนุกที่สุดเท่าที่ฉันเคยไปเลย.

Demonstrative pronoun แต่ละตัวมีรายละเอียดและตัวอย่างการใช้ดังนี้

  1. This

เราจะใช้ this กับสิ่งที่อยู่ใกล้และเป็นเอกพจน์

ตัวอย่างเช่น

  • This is my umbrella. นี่คือร่มของฉัน
  • Anne doesn’t like this. แอนไม่ชอบสิ่งนี้
  1. That

เราจะใช้ that กับสิ่งที่อยู่ไกลและเป็นเอกพจน์ ตัวอย่างเช่น

ตัวอย่างเช่น

  • That is my favorite song. นั่นคือเพลงโปรดของฉัน
  • I like that. ฉันชอบสิ่งนั้น
  1. These

เราจะใช้ these กับสิ่งที่อยู่ใกล้และเป็นพหูพจน์ ตัวอย่างเช่น

ตัวอย่างเช่น

  • These are my friends. นี่คือเพื่อนๆของฉัน
  • Do you like these? คุณชอบสิ่งเหล่านี้มั้ย
  1. Those

เราจะใช้ those กับสิ่งที่อยู่ไกลและเป็นพหูพจน์ ตัวอย่างเช่น

ตัวอย่างเช่น

  • Those are very beautiful. สิ่งเหล่านั้นสวยงามมาก
  • Can you see those? คุณเห็นสิ่งเหล่านั้นมั้ย

** Demonstrative pronoun ต่างจาก demonstrative adjective อย่างไร **

ทั้ง demonstrative pronoun และ demonstrative adjective ก็คือคำว่า this, that, these, those เหมือนกัน

แต่เราจะใช้ demonstrative pronoun แบบเดี่ยว ๆ ไม่ต้องใช้ประกบคู่กับคำนามคำอื่น

ตัวอย่างเช่น

  • This is my cat. นี่คือแมวของฉัน

ในขณะที่ demonstrative adjective นั้น เราจะต้องใช้ประกบหน้าคำนามคำอื่นที่มันขยาย

  • This cat is mine. แมวตัวนี้คือแมวของฉัน

(This ในประโยคนี้ถือเป็น adjective ทำหน้าที่ขยายคำนาม cat)

เป็นยังไงกันบ้างคะเพื่อนๆกับหัวข้อเรื่อง demonstrative pronoun เป็นเรื่องที่พบเจอบ่อยมากและเป็นเรื่องพื้นฐานเลยก็ว่าได้ หวังว่าเพื่อนๆก็คงจะเข้าใจและสามารถใช้ demonstrative pronoun กันได้อย่างถูกต้องแล้วนะคะ สนใจคอร์สเรียนภาษาอังกฤษกับครูฟิลิปปินส์ไม่ว่าจะเป็นการเรียนภาษาอังกฤษตัวต่อตัวและเรียนภาษาอังกฤษออนไลน์สามารถติดต่อเพื่อขอรับคำแนะนำการลงทะเบียนเรียนจากเราได้แล้วตั้งแต่วันนี้ค่ะ

Latest News

อายุ 30+ เริ่มเรียนภาษาอังกฤษตอนนี้ ยังทันหรือไม่?

อายุ 30+ ยังเริ่มเรียนภาษาอังกฤษได้แน่นอน แม้ไม่เคยมีพื้นฐานมาก่อน เพราะการเรียนภาษาไม่ได้จำกัดอยู่แค่ในวัยเด็ก สำหรับคนที่กำลังมองหาวิธี เรียนภาษาอังกฤษไม่มีพื้นฐานเลยผู้ใหญ่ สิ่งสำคัญไม่ใช่อายุ แต่เป็นการเลือกวิธีเรียนให้เหมาะกับชีวิตประจำวัน ฝึกฝนอย่างสม่ำเสมอ

Engcouncil Admin

October 16, 2026

เลิกงานแล้วเรียนอังกฤษยังไง ให้เก่งต่อเนื่องโดยไม่ล้มเลิก

เลิกงานแล้วอยากเก่งภาษาอังกฤษ ควรเริ่มอย่างไร? สำหรับคนทำงานที่มีเวลาจำกัด การเรียนอังกฤษออนไลน์วันละ 15–30 นาที เป็นอีกวิธีที่ช่วยให้ฝึกภาษาได้อย่างสม่ำเสมอ โดยควรเน้นทักษะที่นำไปใช้จริง เช่น การสนทนา

Engcouncil Admin

October 16, 2026

ไม่มีเวลาเรียนภาษาอังกฤษ? 8 วิธีเก่งขึ้นได้แม้งานยุ่ง

ไม่มีเวลาเรียนภาษาอังกฤษก็พัฒนาได้ โดยไม่จำเป็นต้องเรียนครั้งละหลายชั่วโมง เพียงฝึกสม่ำเสมอวันละช่วงสั้น ๆ เช่น ฟังภาษาอังกฤษระหว่างเดินทาง ฝึกพูดจากสถานการณ์ทำงาน และทบทวนคำศัพท์ที่ใช้จริง หากต้องการเรียนอย่างเป็นระบบ การเลือก

Engcouncil Admin

October 8, 2026

ทำงานมา 10 ปี แต่ภาษาอังกฤษยังไม่ดี เริ่มใหม่ยังทันไหม?

ทำงานมา 10 ปีแล้วภาษาอังกฤษยังไม่ดี ก็ยังเริ่มใหม่ได้ การเรียนภาษาอังกฤษออนไลน์สำหรับคนทำงานไม่จำเป็นต้องเริ่มจากเนื้อหายาก แต่ควรเริ่มจากพื้นฐานที่ยังไม่แม่น แล้วค่อยฝึกทักษะที่สัมพันธ์กับชีวิตการทำงาน เช่น การฟัง การพูด

Engcouncil Admin

October 8, 2026

ภาษาอังกฤษช่วยเพิ่มเงินเดือนและโอกาสก้าวหน้าในงานได้จริงไหม?

การเรียนภาษาอังกฤษสามารถช่วยเพิ่มโอกาสด้านรายได้และความก้าวหน้าในงานได้ โดยเฉพาะตำแหน่งที่ต้องสื่อสารกับลูกค้า ทีมงาน หรือบริษัทต่างประเทศ แต่ภาษาอังกฤษไม่ได้ทำให้เงินเดือนเพิ่มขึ้นโดยอัตโนมัติ ผลลัพธ์ยังขึ้นอยู่กับสายงาน ประสบการณ์ ความสามารถ และการนำภาษาไปใช้ในการทำงานจริง ภาษาอังกฤษช่วยเพิ่มเงินเดือนและโอกาสก้าวหน้าในงานได้อย่างไร?

Engcouncil Admin

October 8, 2026

ทำงานกับชาวต่างชาติ แต่พูดอังกฤษไม่คล่อง ต้องเริ่มอย่างไร

หากต้องทำงานกับชาวต่างชาติแต่พูดอังกฤษไม่คล่อง ควรเริ่มจากประโยคที่ใช้จริงในงาน ฝึกฟังสำเนียงภาษาอังกฤษ และฝึกพูดโต้ตอบเป็นประจำ การ เรียนภาษาอังกฤษกับครูต่างชาติ เป็นอีกวิธีที่ช่วยให้คุ้นเคยกับการสนทนาจริง กล้าพูดมากขึ้น และนำภาษาอังกฤษไปใช้ในการทำงานได้อย่างเป็นธรรมชาติ ทำงานกับชาวต่างชาติ

Engcouncil Admin

October 8, 2026