บทความ สาระน่ารู้ จาก Engcouncil
ช่วยเสริมพัฒนาการ ของท่านให้ดียิ่งขึ้น

รวมบทความภาษาอังกฤษที่น่าสนใจ ครอบคลุมทั้งคำศัพท์และไวยากรณ์

รวบรวมความรู้ต่างๆ เกี่ยวกับภาษาอังกฤษ เพื่อการพัฒนาทักษะของคุณ

การเปรียบเทียบขั้นกว่าและขั้นสุด

การเปรียบเทียบขั้นกว่าและขั้นสุดในภาษาอังกฤษ (Comparative and Superlative)

อยากเก่งภาษาอังกฤษ ไม่ใช่เรื่องยาก เพราะในยุคนี้มีเครื่องมือและเว็บไซต์มากมายที่ช่วยให้ฝึกภาษาได้แบบไม่ต้องไปเรียนที่โรงเรียน ไม่ว่าจะอยู่ที่บ้าน ที่ทำงาน หรือระหว่างเดินทาง ก็สามารถพัฒนาทักษะได้ครบทั้ง ฟัง พูด อ่าน เขียน อย่างสะดวกและมีประสิทธิภาพ

และในวันนี้ สถาบันสอนภาษาอังกฤษออนไลน์ Engcouncil ขอพาเพื่อนๆ มารู้จักกับ เทคนิคการใช้คำเปรียบเทียบ รวมถึงแนะนำ แหล่งเรียนภาษาอังกฤษออนไลน์ ที่เหมาะสำหรับคนที่อยากพัฒนาตัวเองแบบจริงจังค่ะ

Comparative & Superlative คืออะไร? เข้าใจง่ายในไม่กี่นาที

  • Comparative (ขั้นกว่า): ใช้เปรียบเทียบ “สองสิ่ง” เช่น
    This laptop is faster than mine.
  • Superlative (ขั้นสุด): ใช้เปรียบเทียบ “มากที่สุดในกลุ่ม” เช่น
    He is the tallest in the class.

อยากเก่งภาษาอังกฤษ ต้องเริ่มจากการเข้าใจแกรมม่าพื้นฐานเหล่านี้ เพราะเป็นโครงสร้างสำคัญของการเขียนและพูดในชีวิตประจำวัน

1) การเปรียบเทียบขั้นกว่า (Comparative)

การเปรียบเทียบขั้นกว่าคือ เป็นการเปรียบเทียบให้เห็นความมากหรือน้อยกว่าของ 2 สิ่ง ไม่ว่าจะเป็นแง่ใดก็ตามโดยโครงสร้างประโยคง่ายๆ คือ

S+V (Adj/Adv) + “ -er ” + than

  • ตัวอย่างเช่น My sister is clever than me (พี่สาวของฉันฉลาดกว่าฉัน)

การเปลี่ยนคำให้เป็นขั้นกว่า

ในการเปรียบเทียบขั้นกว่า เราจะต้องใช้คำที่อยู่ในรูปขั้นกว่า ซึ่งแปลงมาจากคำปกติ เช่น tall แปลว่าสูง เมื่อแปลงเป็นรูปขั้นกว่าจะกลายเป็น taller ซึ่งแปลว่าสูงกว่า การเปลี่ยนคำให้เป็นขั้นกว่า ทำได้โดย

1.เติม er ต่อท้าย สำหรับคำ 1 พยางค์

  • cheap – cheaper
  • slow – slower
  • large – larger(ลงท้ายด้วย e เติม r ได้เลย)

2.เปลี่ยน y เป็น i แล้วเติม er สำหรับคำ 2 พยางค์ที่ลงท้ายด้วย y (y -> ier)

  • easy – easier
  • lucky – luckier
  • pretty – prettier

3.ใช้ more นำหน้า สำหรับคำ 2 พยางค์ขึ้นไป

  • moreserious
  • morebeautiful
  • more expensive

4.ใช้ more นำหน้า สำหรับ adverb ที่ลงท้ายด้วย ly

  • morecarefully
  • moreslowly
  • more happily

5.คำคุณศัพท์ 2 พยางค์บางคำ ใช้ได้ทั้ง er และ more

  • clever – cleverer, moreclever
  • simple – simpler, moresimple
  • happy – happier, more happy

6.บางคำจะมีรูปพิเศษเฉพาะ

  • good – better
  • bad – worse
  • far – further, farther

การใช้ในกรณีทั่วไป

  • I would like to have a bigger house. (ฉันอยากมีบ้านที่ใหญ่กว่านี้)

  • Jannie wants to rest more often. (เจนนี่ต้องการพักผ่อนมากกว่านี้)

การเปรียบเทียบระหว่างอย่างน้อย 2 สิ่ง ให้ใช้ than ต่อท้ายคำขั้นกว่า

  • He walks faster than me. (เขาเดินเร็วกว่าฉัน)

  • I am taller than Amy and Alis. (ฉันสูงกว่าเอมี่และอลิซ)

  • Her shoe is more expensive the mine. (รองเท้าของหล่อนแพงกว่าของฉัน)

เราสามารถใช้คำขยายหน้าคำเปรียบเทียบขั้นกว่า เช่น much, far, a lot, a little, a bit, slightly

  • I want to change this picture a little bigger. (ฉันต้องการเปลี่ยนรูปนี้ให้ใหญ่ขึ้น)

  • Computer are much lighter than before. (คอมพิวเตอร์สมัยนี้เบากว่าสมัยก่อน)

การใช้รูปปฏิเสธกับคำเปรียบเทียบขั้นกว่า ใช้ no หรือ any

  • We are not better then others. (พวกเราก็ไม่ได้ดีไปกว่าคนอื่นหรอก)

  • My house is no bigger than yours. (บ้านฉันไม่ได้ใหญ่ไปกว่าบ้านคุณ)

ใช้คำเปรียบเทียบขั้นกว่าซ้ำ เพื่อบอกว่าสิ่งนั้นเปลี่ยนแปลงอย่างต่อเนื่อง

  • I am getting better and better at English. (ฉันเก่งภาษาอังกฤษขึ้นเรื่อยๆ)

  • Things are getting more and more expensive. (ข้าวของต่างก็แพงขึ้นเรื่อยๆ)

ใช้ the…the… กับคำเปรียบเทียบขั้นกว่า เพื่อสื่อว่าสองสิ่งเพิ่มขึ้นตามกัน

  • The sooner we leave, the higher chance we will be there in time. (ยิ่งพวกเราออกเร็วเท่าไหร่ โอกาสที่จะถึงทันเวลาก็มากขึ้น)

  • The more money you save, the richer you will be. (ยิ่งคุณมีเงินเก็บมากเท่าไหร่ คุณก็จะยิ่งรวยมากขึ้นเท่านั้น)

2) การเปรียบเทียบขั้นสุด (Superlative)

การเปรียบเทียบขั้นสุดคือ การใช้เปรียบเทียบกับนามที่มีจำนวนตั้งแต่ 3 ขึ้นไป โดยโครงสร้างประโยคง่ายๆ คือ

S + V +the + Adj/Adv + “ -est ”

  • ตัวอย่างเช่น My brother is the tallest. (พี่ชายของฉันสูงที่สุด)

การเปลี่ยนคำให้เป็นขั้นสุด

ในการเปรียบเทียบขั้นสุด เราจะต้องใช้คำที่อยู่ในรูปขั้นสุด ซึ่งแปลงมาจากคำปกติ เช่น tall แปลว่าสูง เมื่อแปลงเป็นรูปขั้นสุดจะกลายเป็น tallest ซึ่งแปลว่าสูงสุด

การเปลี่ยนคำให้เป็นขั้นสุด ทำได้โดย 

1.เติม est ต่อท้าย สำหรับคำ 1 พยางค์

  • cheap – cheapest
  • slow – slowest
  • large – largest(ลงท้ายด้วย e เติม st ได้เลย)

2.เปลี่ยน y เป็น i แล้วเติม est สำหรับคำ 2 พยางค์ที่ลงท้ายด้วย y (y -> iest)

  • easy – easiest
  • lucky – luckiest
  • pretty – prettiest

3.ใช้ most นำหน้า สำหรับคำ 2 พยางค์ขึ้นไป

  • mostserious
  • mostbeautiful
  • most expensive

4.ใช้ most นำหน้า สำหรับ adverb ที่ลงท้ายด้วย ly

  • mostcarefully
  • mostslowly
  • most happily

5.คำคุณศัพท์ 2 พยางค์บางคำ ใช้ได้ทั้ง est และ most

  • clever – cleverest, mostclever
  • simple – simplest, mostsimple
  • happy – happiest, most happy

6.บางคำจะมีรูปพิเศษเฉพาะ

  • good – best
  • bad – worst
  • far – furthest, farthest

การใช้คำเปรียบเทียบขั้นสุดต้องใช้ the นำหน้า

  • My dad is the coolest man in the family. (พ่อของฉันคือผู้ชายที่เท่ห์ที่สุดในบ้าน)

  • The Nine is the longest river in the world. (แม่น้ำไนล์คือแม่น้ำที่ยาที่สุดในโลก)

  • This is the most expensive bag that I have ever seen. (นี่คือกระเป๋าที่แพงที่สุดเท่าที่ฉันเคยเห็นมา)

คำถาม-คำตอบที่พบบ่อยเกี่ยวกับการเปรียบเทียบขั้นกว่าและขั้นสุด

1. จะรู้ได้อย่างไรว่าเมื่อไหร่ควรใช้ “-er” หรือ “more” และเมื่อไหร่ควรใช้ “-est” หรือ “most”?

หลักการง่ายๆ คือให้ดูที่จำนวนพยางค์ของคำคุณศัพท์หรือคำกริยาวิเศษณ์ค่ะ โดยปกติแล้วคำ 1 พยางค์จะเติม “-er” หรือ “-est” แต่ถ้ามีตั้งแต่ 2 พยางค์ขึ้นไปให้ใช้ “more” หรือ “most” นำหน้าค่ะ ทั้งนี้จะมีข้อยกเว้นสำหรับคำ 2 พยางค์ที่ลงท้ายด้วย “-y” (ให้เปลี่ยน y เป็น i แล้วเติม -er/-est) และคำที่มีรูปพิเศษเฉพาะ


2. ในการเปรียบเทียบขั้นกว่า “than” จำเป็นต้องตามหลังคำขั้นกว่าเสมอไปหรือไม่?

ในการเปรียบเทียบขั้นกว่าเพื่อระบุว่าสิ่งใดมากกว่าหรือน้อยกว่าสิ่งใด “than” จะต้องตามหลังคำขั้นกว่าเสมอ เพื่อให้ความหมายสมบูรณ์ค่ะ เช่น “He walks faster than me.” (เขาเดินเร็วกว่าฉัน) แต่ถ้าประโยคไม่ได้ระบุสิ่งที่นำมาเปรียบเทียบอย่างชัดเจน ก็สามารถละ “than” ได้ค่ะ เช่น “I would like to have a bigger house.” (ฉันอยากมีบ้านที่ใหญ่กว่านี้)


3. ทำไมบางคำที่มีรูปพิเศษเฉพาะ เช่น “good” หรือ “bad” ถึงต้องจำรูปแบบการเปรียบเทียบต่างจากคำอื่น?

คำว่า “good” และ “bad” เป็นคำคุณศัพท์ที่มีรากศัพท์เก่าแก่ในภาษาอังกฤษ และมีการเปลี่ยนแปลงรูปมานานแล้วค่ะ จึงเป็นคำที่มี รูปพิเศษเฉพาะตัว (Irregular) ในการเปรียบเทียบ ซึ่งไม่มีกฎตายตัวเหมือนคำอื่นๆค่ะ ดังนั้นจึงเป็นสิ่งที่ผู้เรียนต้องจำรูปแบบเฉพาะของคำเหล่านี้


เป็นยังไงกันบ้างคะเพื่อนๆื คำเปรียบเทียบขั้นกว่าและขั้นสุดในภาษาอังกฤษไม่ยากเลยใช่มั้ยคะ?

อย่าลืมหมั่นฝึกใช้บ่อย ๆ ไม่ว่าจะเป็นในการพูดหรือเขียน เพื่อให้ใช้ได้คล่องและถูกต้องยิ่งขึ้นค่ะ และถ้าเพื่อน ๆ คนไหน อยากเก่งภาษาอังกฤษ มากขึ้น อยากเข้าใจแกรมม่าหรือสื่อสารได้อย่างมั่นใจมากขึ้น

สามารถติดต่อ โรงเรียนสอนภาษาอังกฤษ Engcouncil ของเราได้เลยนะคะ เรามีคอร์สเรียนภาษาอังกฤษออนไลน์แบบตัวต่อตัวกับครูต่างชาติ ที่สามารถปรับเนื้อหาให้เหมาะกับระดับของผู้เรียนโดยเฉพาะ พร้อมคำแนะนำฟรีจากทีมผู้เชี่ยวชาญค่ะ

Latest News

15 คำถามสัมภาษณ์งานภาษาอังกฤษ พร้อมวิธีตอบให้ได้งาน

การสัมภาษณ์งานภาษาอังกฤษให้มั่นใจ ควรเตรียมคำตอบสำหรับคำถามที่พบบ่อย เช่น การแนะนำตัว จุดแข็ง จุดอ่อน ประสบการณ์ทำงาน และเหตุผลที่สมัครงาน พร้อมฝึกพูดออกเสียงจริง การ

Engcouncil Admin

October 28, 2026

เตรียมสัมภาษณ์งานบริษัทต่างชาติ ด้วยภาษาอังกฤษอย่างมั่นใจ

การเตรียมสัมภาษณ์งานบริษัทต่างชาติให้มั่นใจ ควรเริ่มจากการฝึกแนะนำตัว อธิบายประสบการณ์ทำงาน และตอบคำถามภาษาอังกฤษที่พบบ่อย การ เรียนภาษาอังกฤษ ควบคู่กับการจำลองสถานการณ์สัมภาษณ์จริง จะช่วยให้ผู้สมัครเรียบเรียงคำตอบได้เป็นธรรมชาติ ลดความประหม่า และสื่อสารความสามารถของตนเองให้ผู้สัมภาษณ์เข้าใจได้ชัดเจนยิ่งขึ้น

Engcouncil Admin

October 28, 2026

อยากทำงานบริษัทต่างชาติ ต้องมีภาษาอังกฤษระดับไหน?

การทำงานบริษัทต่างชาติไม่จำเป็นต้องพูดภาษาอังกฤษคล่องเหมือนเจ้าของภาษา แต่ควรมี พื้นฐานภาษาอังกฤษ ที่เพียงพอต่อหน้าที่รับผิดชอบ โดยทั่วไป ระดับ B1–B2 ตามกรอบ CEFR เป็นเป้าหมายที่เหมาะสำหรับหลายตำแหน่งที่ต้องสื่อสารภาษาอังกฤษ

Engcouncil Admin

October 28, 2026

กำลังเปลี่ยนงาน? เช็กลิสต์ภาษาอังกฤษที่ควรเตรียมก่อนสมัครงาน

การเตรียม พื้นฐานภาษาอังกฤษ ก่อนเปลี่ยนงานควรเริ่มจากการเขียนเรซูเม่ การแนะนำตัว การตอบคำถามสัมภาษณ์ และการสื่อสารในที่ทำงาน โดยไม่จำเป็นต้องพูดคล่องเหมือนเจ้าของภาษา แต่ควรสื่อสารประสบการณ์และความสามารถของตัวเองได้ชัดเจน เพื่อเพิ่มความมั่นใจและความพร้อมในการสมัครงานใหม่ ก่อนเปลี่ยนงาน

Engcouncil Admin

October 28, 2026

อายุ 30+ เริ่มเรียนภาษาอังกฤษตอนนี้ ยังทันหรือไม่?

อายุ 30+ ยังเริ่มเรียนภาษาอังกฤษได้แน่นอน แม้ไม่เคยมีพื้นฐานมาก่อน เพราะการเรียนภาษาไม่ได้จำกัดอยู่แค่ในวัยเด็ก สำหรับคนที่กำลังมองหาวิธี เรียนภาษาอังกฤษไม่มีพื้นฐานเลยผู้ใหญ่ สิ่งสำคัญไม่ใช่อายุ แต่เป็นการเลือกวิธีเรียนให้เหมาะกับชีวิตประจำวัน ฝึกฝนอย่างสม่ำเสมอ

Engcouncil Admin

October 16, 2026

เลิกงานแล้วเรียนอังกฤษยังไง ให้เก่งต่อเนื่องโดยไม่ล้มเลิก

เลิกงานแล้วอยากเก่งภาษาอังกฤษ ควรเริ่มอย่างไร? สำหรับคนทำงานที่มีเวลาจำกัด การเรียนอังกฤษออนไลน์วันละ 15–30 นาที เป็นอีกวิธีที่ช่วยให้ฝึกภาษาได้อย่างสม่ำเสมอ โดยควรเน้นทักษะที่นำไปใช้จริง เช่น การสนทนา

Engcouncil Admin

October 16, 2026