กริยาแท้และกริยาไม่แท้ (Finite Verb & Non-Finite Verb)

กริยาแท้และกริยาไม่แท้ (Finite Verb & Non-Finite Verb)

สวัสดีค่ะเพื่อนๆ วันนี้ สถาบันสอนภาษาอังกฤษออนไลน์ Engcouncil จะมานำเสนอเรื่อง กริยาแท้และกริยาไม่แท้ (Finite Verb & Non-Finite Verb) มานำเสนอ ซึ่งกริยาเป็นหนึ่งในองค์ประกอบหลักของประโยคภาษาอังกฤษ คำกริยาสามาถแบ่งประเภทใหญ่ๆ จะได้เป็น 2 ประเภทคือ Finite Verb (กริยาแท้) และ Non-Finite Verb (กริยาไม่แท้) เรามาทำความรู้จักกริยาทั้งสองประเภทนี้ว่าคืออะไร ใช้งานอย่างไร มีข้อสังเกตอะไรบ้างกันค่ะ

Finite Verb (กริยาแท้)

Finite Verb (กริยาแท้) คือ กริยาที่แสดงอาการหรือการกระทำของประธาน โดยในประโยค (Sentence) หรือ อนุประโยค (Clause) จะมีกริยาแท้เพียงตัวเดียวเท่านั้น

ตัวอย่างเช่น

  • Ken drinks milk.
  • They went to a restaurant.

Finite Verb จะผันรูปดังนี้

1.ผันตาม Subject (ประธาน)

ประธานเอกพจน์ คำกริยาเป็นเอกพจน์โดยเติม s/es

ตัวอย่างเช่น

  • Liza speaks English very well.

ประธานพหูพจน์ / I คำกริยาเป็นพพูจน์ โดยไม่ต้องเติม s/es

ตัวอย่างเช่น

  • The dogs bark at the cat.

2.ผันตาม Tense (กาล)

กริยาแท้จะผันตาม Tense ทั้ง 12 Tenses

ตัวอย่างเช่น

  • They came here yesterday.

(came คือกริยาช่องที่ 2 ที่ผันตาม Past simple tense)

  • I am studying at Chulalongkorn university.

(studying คือกริยาเติม ing ที่ผันตาม Present continuous tense)

3.ผันตาม Voice ดังนี้

Active Voice คือประโยคทั่วไปที่ประธานของประโยคนั้นเป็นผู้กระทำกริยา

ตัวอย่างเช่น

  • Lisa writes a letter.

Passive Voice ประธานของประโยคเป็นผู้ถูกกระทำ

ตัวอย่างเช่น

  • A letter is written by Lisa.

4.ผันตาม Mood

Mood คือ อารมณ์หรือความเห็นของผู้พูดที่พูดออกมาเป็นประโยครูปแบบต่างๆ

ตัวอย่างเช่น

  • The doctor recommends that he take the pills with food.

(take ผันตาม Subjunctive Mood นั่นคือ The doctor recommends ไม่ได้ผันตาม he จึงไม่ต้องเติม s)

Non-finite verb (กริยาไม่แท้)

Non-finite verb มีรูปจากคำกริยาแต่ไม่ได้ทำหน้าที่เป็นคำกริยา แบ่งเป็น 3 ประเภทดังนี้

1.Gerund (v.ing) ทำหน้าที่เสมือนคำนาม

ตัวอย่างเช่น

  • Eating vegetables and fruits is good for your health.

(eating แปลว่า การกิน ทำหน้าที่เป็นประธานของประโยค)

  • He enjoys reading.

(reading แปลว่า การอ่าน ทำหน้าที่เป็นกรรมของประโยค)

2.To infinitive เป็นกริยารูปปกติตามหลัง to ทำหน้าที่เสมือนคำนาม

ตัวอย่างเช่น

  • To learn is important.

(To learn แปลว่า การเรียน ทำหน้าที่เป็นประธานของประโยค)

  • She wants to learn Italian.

(to learn ในที่นี้ทำหน้าที่เป็นกรรมของประโยค)

3.Participle มี 2 ประเภทคือ Present participle (v.ing) และ Past participle (กริยาช่องที่ 3 v.-ed) ทำหน้าที่เสมือนคำคุณศัพท์

ตัวอย่างเช่น

  • That is an exciting movie.

(exciting เป็น Present Participle ทำหน้าที่เป็นคำคุณศัพท์ขยาย movie)

  • The broken window was replaced.

(broken เป็น Past Participle ทำหน้าที่เป็นคำคุณศัพท์ขยาย window)

เป็นไงบ้างคะเพื่อนๆ สำหรับเกร็ดความรู้เล็กๆ น้อยๆเรื่อง คือ Finite Verb (กริยาแท้) และ Non-Finite Verb (กริยาไม่แท้)  ไม่ยากเลยใช่มั้ยคะ และถ้าหากว่าเพื่อนคนไหนสนใจคอร์สเรียนภาษาอังกฤษตัวต่อตัวแบบออนไลน์สามารถติดต่อเพื่อขอรับคำแนะนำการลงทะเบียนเรียนจากเราได้แล้วตั้งแต่วันนี้ ที่นี่ ค่ะ